Page 1709 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1709
๑๖๙๕
่
่
คณะกรรมการรวมเพื่อพิจารณาพยานหลักฐานรวมกัน แต่หากยังไม่อาจหาข้อยุติได้ ให้คณะกรรมการ
ื
ป.ป.ช. ฟ้องคดีเองโดยอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ด าเนินการแทน หรอจะตั้งทนายความเพื่อด าเนินการ
แทนก็ได้
ผู้เสียหายโดยนิตินัยมีอ านาจฟ้องเจ้าหน้าที่ของรฐได้โดยตรง โดยความผิดตามประมวลกฎหมาย
ั
อาญา มาตรา ๑๕๗ มีการกระท าความผิด ๒ ลักษณะ ประการแรก ผู้กระท าต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิด
ั
ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามลักษณะนี้บุคคลที่ได้รบความเสียหายย่อมเป็นผู้เสียหายได้ ส่วนประการที่
ิ
สอง ผู้กระท าต้องมีเจตนาพิเศษโดยทุจรต ซึ่งการกระท าความผิดตามลักษณะนี้รฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย
ั
ตามค าพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๓๐/๒๕๕๑ และค าพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ ๑๔๙๓๖/๒๕๖๐ นอกจากนี้ศาลฎีกา
โดยมติที่ประชมใหญ่และประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพิ่มชองทางให้ผู้เสียหายฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ุ
่
ิ
และคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบได้ ตามค าพิพากษาศาลฎีกา
๕๖๗๓/๒๕๖๒ (ประชมใหญ่) และค าวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ ๑๒/๒๕๖๒ เป็นการเพิ่มชองทางการ
่
ุ
ฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบ ท าให้ปรมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาล
ิ
ิ
อาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพิ่มมากขึ้นด้วย
กรณีศึกษาที่หนึ่ง
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นคนไรความสามารถ อยู่ในความอนุบาลของนางอุไร เต็มพิทักษ ภรรยาที่
้
์
ชอบด้วยกฎหมาย ขณะเกิดเหตุ จ าเลยที่ ๑ เป็นพนักงานอัยการ ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง ๑
จ าเลยที่ ๒ เป็นหัวหน้าพนักงานอัยการ ต าแหน่งอัยการพิเศษฝ่าย ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง
๑ จ าเลยที่ ๓ เป็นอธิบดีอัยการ ส านักงานคดีศาลแขวง
ระหว่างวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๒ เวลากลางวัน จ าเลยทั้งสาม
รวมกันสั่งไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหา ด้วยการน าข้อเท็จจรงอันเป็นเท็จมาฟังเป็นเหตุผล และไม่ได้สั่งให้สอบสวน
่
ิ
เพิ่มเติมในประเด็นข้อเท็จจรงที่ยังไม่ยุติ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจรตเที่ยงธรรม เป็นการปฏิบัติ
ิ
ิ
หน้าที่โดยมิชอบ กระท าการอย่างใด ๆ ในต าแหน่งอันมิชอบ และเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ไม่กระท าการอย่างใด ๆ ในต าแหน่งอันมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเพื่อจะช่วยให้ผู้ต้องหา
มิให้ต้องโทษ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๒๐๐

