Page 1708 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1708

๑๖๙๔




                                                           ่
                                                                                           ั
                        ๕) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษบุคคลที่รวมกระท าความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรฐหรอบุคคลตามข้อ
                                                                                              ื
                 ๑ ถึงข้อ ๔ ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ
                        ๖) คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจ

                 ยื่นบัญชีและเอกสารดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

                        ๗) คดีร้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ ารวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
                                                                                                 ื
                                                                                                         ้
                        ๘) กรณีที่มีการขอให้ศาลด าเนินกระบวนพิจารณาอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนยื่นฟ้องหรอยื่นค ารอง
                 ตามข้อ ๑ ถึงข้อ ๗


                        ๙) การกระท าอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หากบทใดบทหนึ่งอยู่ในอานาจ
                                                                             ิ
                 ของศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบแล้ว ศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบมีอ านาจรบ
                                                                                                          ั
                                     ิ
                 พิจารณาพิพากษาข้อหาความผิดบทอื่นด้วย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติ
                                                                                              ิ
                 มิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๙



                 ผู้มีอ านาจฟ้องคดีอาญา ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

                        ผู้มีอ านาจฟ้องคดีต่อศาล ได้แก่ อัยการสูงสุด พนักงานอัยการ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.

                 คณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้เสียหาย
                        โดยกรณีอัยการสูงสุดจะพิจารณาส านวนการไต่สวนที่มาจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ในทาง

                 ปฏิบัติอาจมีการมอบอ านาจให้พนักงานอัยการฟ้องแทนได้

                        พนักงานอัยการฟ้องคดีจะพิจารณาส านวนการไต่สวนที่มาจากคณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือพนักงาน
                 สอบสวน

                        กรณีประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้ฟ้องคดีเอง จะมีอ านาจฟ้องเพียงอัยการสูงสุด ตามที่กฎหมาย

                 บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต

                        คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ านาจฟ้องคดีต่อเมื่อเป็นกรณีที่กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐตามต าแหน่ง

                 ที่ระบุไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. กระท าความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระท าความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ
                 หรอกระท าความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรอความผิดที่เกี่ยวข้องกัน กล่าวคือ เมื่อ
                    ื
                                                                       ื
                 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติว่ามีความผิดทางอาญา ประธานกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องส่งรายงานส านวน

                 การไต่สวน เอกสารหลักฐาน ส าเนาอิเล็กทรอนิกส์ และค าวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุดใน ๓๐ วัน เพื่อฟ้อง
                                                                   ั
                 คดีอาญาต่อศาลที่มีเขตอ านาจใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ได้รบส านวน แต่ถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่า ส านวนการ
                 ไต่สวน เอกสารหลักฐาน ส าเนาอิเล็กทรอนิกส์ และค าวินิจฉัยไม่สมบูรณ์พอที่จะฟ้องคดีได้ จะมีการตั้ง
   1703   1704   1705   1706   1707   1708   1709   1710   1711   1712   1713