Page 1713 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1713
๑๖๙๙
ื
ื
หมายความว่า คดีดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะมีข้อหาหรอความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วยหรอไม่ก็ตาม
ั
ื
(๑) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรฐในความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการหรอความผิดต่อ
ต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่
ื
ตามกฎหมายอื่น หรอความผิดอื่นอันเนื่องจากมาจากการประพฤติมิชอบ (๒)...” คดีนี้ จ าเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕
เป็นข้าราชการ โดยจ าเลยที่ ๑ สังกัดกระทรวงพลังงาน จ าเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ สังกัดกระทรวงการคลัง ส่วน
จ าเลยที่ ๖ และที่ ๗ เป็นพนักงานของบริษัท ปตท. จ ากัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ จ าเลยทั้งเจ็ดจึงเป็น
ั
เจ้าหน้าที่ของรฐ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓
ที่บัญญัติว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ...ตามพระราชบัญญัติประกอบรฐธรรมนูญ
ั
ิ
ิ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจรตหรอกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบรหารในการป้องกัน
ื
และปราบปรามการทุจรต และให้หมายความรวมถึงเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย”
ิ
รายละเอียดการกระท าของจ าเลยทั้งเจ็ดตามค าฟ้องครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ั
ื
มาตรา ๑๕๗ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรอหน่วยงานของรฐ พ.ศ.
๒๕๐๒ มาตรา ๙, ๑๑ ตามที่ระบุในค าขอท้ายฟ้อง ซึ่งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจรตและ
ิ
ประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗ บัญญัติว่า “ให้ศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบมีอ านาจ
ิ
พิจารณาพิพากษาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบ...”ทั้งในมาตรา ๑๐ ยังบัญญัติต่อไปว่า “เมื่อศาลอาญาคดี
ิ
ั
ั้
ิ
ทุจรตและประพฤติมิชอบเปิดท าการแล้ว ห้ามมิให้ศาลชนต้นอื่นรบคดีที่อยู่ในอ านาจศาลอาญาคดีทุจรต
ิ
และประพฤติมิชอบไว้พิจารณาพิพากษา” ดังนั้น ศาลอาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบจึงมีอ านาจ
ิ
พิจารณาพิพากษาคดีนี้ ส่วนสถานะเกี่ยวกับความเป็นผู้เสียหายของโจทก์ โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภท
มูลนิธิมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสรมให้ผู้บรโภคได้รบการคุ้มครองตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้บรโภค
ิ
ิ
ิ
ั
ื
ด าเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์หรอรวมมือกับองค์การการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ การปฏิบัติ
่
หน้าที่ของจ าเลยทั้งเจ็ดตามทโจทก์กล่าวอ้างในค าฟ้องสืบเนื่องจากการแบ่งแยกทรพย์สิน สิทธิ และอ านาจ
ั
ี่
มหาชนของรัฐ ออกจากกิจการของบรษท ปตท. จ ากัด (มหาชน) ตามค าพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่
ั
ิ
โจทก์เป็นผู้ฟ้องคดีที่ ๑ ในคดีดังกล่าวและปรากฏพฤติการณ์การกระท าของจ าเลยทั้งเจ็ดในชนการบังคับคดี
ั้
ตามค าพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดโดยการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่
ั
แบ่งแยกทรพย์ที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งปิโตรเลี่ยมทางท่อ ให้เป็นไปโดยชอบตามค าพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
ิ
ซึ่งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานเป็นกิจการที่ส าคัญมีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บรโภค
พฤติการณ์การกระท าของจ าเลยทั้งเจ็ดเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและสิทธิของผู้บรโภคโดยส่วนรวม
ิ
การด าเนินคดีนี้จึงอยู่ในขอบวัตถุประสงค์การจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิของโจทก์

