Page 1712 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1712
๑๖๙๘
จ าเลยที่ ๕ ทราบดีว่าการปลดโจทก์ออกจากต าแหน่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓
ั
จ าเลยที่ ๖ ได้รบหนังสือที่จ าเลยที่ ๕ รบรองให้จ าเลยที่ ๑ ด ารงต าแหน่งประธานกรรมการติดตามและ
ั
ประเมินผลการปฏิบัติงาน ส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ แต่จ าเลยที่ ๖ ไม่กระท าการแก้ไขการกระท าที่จ าเลยที่ ๕ ด าเนินการแทนตน ทั้ง ๆ
ที่ทราบดีว่าการปลดโจทก์ออกจากต าแหน่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
ื
มาตรา ๘๓, ๘๖, ๙๐, ๙๑, ๑๕๗ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรอหน่วยงาน
ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๑
กรณีศึกษาที่หก คดีตัวอย่างขยายความเป็นผู้เสียหายเพิ่มช่องทางการฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริต
และประพฤติมิชอบกลาง ตามค าวินิจฉัยศาลอุทธรณ์
ุ
ปรากฏตามค าพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยมติที่ประชมใหญ่ ในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๕๖๕/๒๕๖๓
ระหว่าง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โจทก์ นายพรชัย รุจิประภา ที่ ๑ กับพวก จ าเลย มีการฟ้องขอให้ลงโทษจ าเลย
ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการและความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ
หรอหน่วยงานของรฐ ศาลอุทธรณ์ได้มีค าวินิจฉัยขยายความค าว่า “ผู้เสียหาย” โดยมิได้ยึดถือว่าต้อง
ั
ื
พิจารณาความเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔) ประกอบ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งมีค านิยามค าว่า
“ผู้เสียหาย”ที่ว่าหมายถึงบุคคลผู้ได้รบความเสียหายเนื่องจากการกระท าผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคล
ั
อื่นที่มีอ านาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๔ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ เท่านั้น โดยมีข้อสาระส าคัญ
ในค าวินิจฉัยว่า
การกระท าของจ าเลยทั้งเจ็ดตามข้อกล่าวหาเป็นการด าเนินการสืบเนื่องจากการบังคับคดีตามค า
พิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.๓๕/๒๕๕๐ ทั้งนี้ค าพิพากษาของศาลปกครอง
สูงสุดย่อมมีผลผูกพันหน่วยงานทางปกครองที่เกี่ยวข้องในคดี แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานซึ่งเป็นบุคลากรใน
หน่วยงานนั้น ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอ านาจหน้าที่ตามที่ได้รบมอบหมาย ศาลปกครองสูงสุดไม่อาจบังคับเจ้า
ั
ื
พนักงานหรอบุคลากรของหน่วยงานทางปกครองนั้นได้ และการที่เจ้าพนักงานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอ านาจ
หน้าที่ตามทได้รบมอบหมายดังกล่าว หากเป็นการกระทาโดยมิชอบ โดยเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อ
ี่
ั
รฐหรอบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรอเป็นการกระท าโดยทุจรตย่อมเป็นความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการตาม
ิ
ื
ื
ั
ิ
ประมวลกฎหมายอาญา และมีลักษณะเป็นคดีทุจรตและประพฤติมิชอบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
ิ
ิ
อาญาคดีทุจรตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓ ที่บัญญัติว่า “คดีทุจรตและประพฤติมิชอบ”

