Page 2042 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2042
๒๐๒๔
ิ
วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๔/๑ มาตรา ๕๑ วรรคสอง และมาตรา ๖๘ ซึ่งมีการแก้ไขเพ่มเติมใหม่
่
ิ่
โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพมเติมประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๘
ิ
้
ิ่
โดยมีหมายเหตุแนบท้ายพระราชบัญญัติแกไขเพมเติมดังกล่าวระบุเหตุผลในการประกาศใช้ความตอนหนึ่ง
ว่า “และก าหนดให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอานาจออกข้อก าหนด
ิ
ิ
เกี่ยวกับการด าเนินกระบวนพจารณาในคดีแพ่งอนจะช่วยให้การพจารณาพพากษาคดีเกิดความเป็นธรรม
ิ
ั
และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” เบื้องต้นจึงต้องถือว่าข้อก าหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดี
ิ
ิ
่
ทางอเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นข้อก าหนดเกี่ยวกับการด าเนินกระบวนพจารณาในคดีแพง การที่
๕๒
ข้อก าหนดดังกล่าวและประกาศส านักงานศาลยุติธรรมซึ่งออกโดยอาศัยอ านาจตามข้อก าหนด ก าหนดให้
ิ
ิ
น าวิธีพจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์ไปใช้กับคดีที่มีกฎหมายบัญญัติให้น าประมวลกฎหมายวิธีพจารณา
ิ
ความแพงไปใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย จึงอาจท าให้เกิดข้อโต้แย้งได้ว่าจะเป็นการนอกเหนือเจตนารมณ์ของ
่
กฎหมายที่ต้องการให้อานาจประธานศาลฎีกาในการออกข้อก าหนดเกี่ยวกับการด าเนินกระบวนพจารณา
ิ
่
ิ
ในคดีแพงเท่านั้น และการออกข้อก าหนดฉบับเดียวให้มีผลเป็นการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยวิธีพจารณาความ
ิ
ิ
ิ
ื่
ฉบับอน ๆ ซึ่งอาจหมายรวมถึงกฎหมายว่าด้วยวิธีพจารณาความที่ไม่ได้อยู่ในอานาจพจารณาพพากษา
ของศาลยุติธรรม (โดยให้น าวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้บังคับ) จะกระท าได้หรือไม่
(๒) ปัญหำกำรออกระเบียบรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำ ในปัญหานี้
แม้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๕ จะบัญญัติให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่วางระเบียบราชการฝ่าย
ตุลาการของศาลยุติธรรมเพอให้กิจการของศาลยุติธรรมด าเนินไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน
ื่
และให้มีอานาจให้ค าแนะน าแก่ผู้พพากษาในการปฏิบัติตามระเบียบวิธีการต่าง ๆ ที่ก าหนดขึ้นโดยกฎหมาย
ิ
หรือโดยประการอนให้เป็นไปโดยถูกต้อง แต่การวางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการดังกล่าวก็น่าจะจ ากัดอยู่
ื่
แต่เฉพาะเรื่องภายในของศาลยุติธรรม การวางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการด าเนิน
คดีอาญาในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus Disease :
COVID-19) พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีข้อก าหนดหลายประการเป็นไปในท านองเดียวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความ
และมีผลต่อบุคคลภายนอก จึงอาจเกิดข้อโต้แย้งได้
๕๓
(๓) ปัญหำกำรท ำให้สิทธิในกำรต่อสู้คดีของคู่ควำมลดน้อยลง ปัญหานี้จะเกิดขึ้นเฉพาะ
ในกรณีที่ศาลมีค าสั่งให้บันทึกค าเบิกความพยานลงในระบบอเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีการบันทึกค าเบิกความ
ิ
ั
พยานเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบตัวอกษร และไม่มีการจัดท าเอกสารในลักษณะสรุปค าเบิกความไว้
ิ
เพราะถึงแม้คู่ความจะมีสิทธิขอตรวจดูบันทึกคาเบิกความของพยานที่บันทึกลงในระบบอเล็กทรอนิกส์นั้นได้
โดยกระท าในศาลและอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่สามารถบันทึกภาพหรือเสียงค าเบิกความ
พยานหรือท าซ้ าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวได้ เมื่อไม่มีทั้งบันทึกค าเบิกความและเอกสารสรุปค าเบิกความ
ที่เป็นกระดาษและไม่มีบันทึกภาพหรือเสียงค าเบิกความ ย่อมท าให้สิทธิของคู่ความที่ประสงค์จะต่อสู้คด ี
โดยเฉพาะในชั้นท าค าแถลงการณ์ปิดคดีและในชั้นยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาลดน้อยลง เพราะไม่สามารถหยิบยก
๕๒ ข้อก าหนดของประธานศาลฎีกา ฯ ข้อ ๒๙ และประกาศส านักงานศาลยุติธรรม ฯ ข้อ ๕
๕๓ ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ ฯ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ เป็นต้น

