Page 2046 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2046
๒๐๒๘
ิ
ิ
ื่
จ าเป็นที่จะต้องแก้ไขตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพอให้เปิดช่องในการน าวิธีพจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์
ไปใช้บังคับในคดีประเภทอื่นดังกล่าว ก็สมควรต้องด าเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ต้องตีความ
๒. จัดหำอุปกรณ์แปลงภำษำพูดเป็นตัวหนังสือ ปัญหาเรื่องคู่ความไม่สามารถบันทึกภาพ
หรือเสียงค าเบิกความจากระบบของศาลและไม่มีบันทึกค าเบิกความหรือเอกสารสรุปค าเบิกความที่เป็น
้
กระดาษน่าจะสร้างความยากล าบากให้แก่คู่ความฝ่ายที่ต้องการท าค าแถลงการณ์ปิดคดี หรือท าค าฟอง
ุ
ิ
อทธรณ์หรือฎีกาเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีค าเบิกความของพยานไว้ดูประกอบ ซึ่งหากพจารณาด้วยความ
เป็นธรรมก็นับได้ว่าเป็นสาเหตุที่ท าให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความฝ่ายนั้นลดลง การแก้ไขปัญหาที่ได้ผล
โดยตรงก็คือศาลยุติธรรมต้องมีอปกรณ์ที่สามารถแปลงค าเบิกความของพยานออกมาเป็นตัวหนังสือได้
ุ
โดยตรง ซึ่งถึงแม้จะท าให้คู่ความได้รับบันทึกคาเบิกความที่เป็นกระดาษค่อนข้างยาว เพราะอุปกรณ์ดังกล่าว
ู
จะแปลงทุกคาพดออกมาเป็นตัวหนังสือก็ตาม แต่กน่าจะเป็นการดีต่อคู่ความในแง่ที่ไม่ต้องเกรงว่าจะมีการ
็
บันทึกค าเบิกความตกหล่น
๓. กำรนั่งพิจำรณำนอกที่ท ำกำร ปัญหาการนั่งพิจารณาโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
นอกที่ท าการอาจยังไม่จ าต้องเร่งแก้ไขในขณะนี้ เนื่องจากเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ิ
ี
ไวรัส ๒๐๑๙ ลดน้อยลง เชื่อว่าการพจารณาคดีโดยวิธีการนี้น่าจะไม่ได้น ามาใช้อกเพราะไม่มีเหตุฉุกเฉิน
หรือเป็นการจ าเป็นที่จะอางได้ อย่างไรก็ตาม หากต้องการแก้ไขปัญหาในอนาคตซึ่งอาจเกิดสถานการณ์
้
เช่นนี้ขึ้นอก ก็สมควรที่จะต้องศึกษาถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ากฎหมายที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุม
ี
ิ่
ี
เพยงพอก็ต้องมีการแก้ไขเพมเติม โดยอาจน าไปบัญญัติไว้ในข้อก าหนดของประธานศาลฎีกาให้ชัดเจนว่า
หากเกิดกรณีเช่นใดศาลอาจไม่จ าต้องนั่งพิจารณาในที่ท าการของศาล โดยอาจก าหนดให้ผู้พพากษาหรือผู้มี
ิ
ส่วนเกี่ยวข้องไปอยู่ยังสถานที่อื่นแล้วใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในการด าเนินกระบวนพิจารณา เป็นต้น
ู
๔. ประสำนงำนในกำรเชื่อมต่อข้อมล การยืนยันตัวบุคคลที่ปัจจุบันใช้วิธีให้ผู้นั้นแสดง
ี
บัตรประจ าตัวประชาชนทางจอภาพแล้วเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้ให้เห็นรายละเอยดในบัตรประจ าตัวนับว่า
เป็นวิธีที่ใช้ได้กับสุจริตชนทั่วไป แต่ในกรณีของทุจริตชนอาจไม่ได้ผล โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้นั้นต้องการเข้ามา
ในระบบเพอแสดงตัวเป็นพยานเท็จในคดีส าคัญต่าง ๆ ในกรณเช่นนี้อาจเกิดการปลอมตัวเป็นคนอนโดยการ
ื่
ื่
ี
ิ
ิ
ปลอมบัตรประจ าตัวประชาชนขึ้นได้ ประกอบกับเมื่อใช้วิธีพจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบแล้ว
น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องในคดีเข้ามาในระบบจ านวนมาก หากใช้วิธีถ่ายภาพบุคคลพร้อมบัตรประจ าตัวประชาชน
ิ
ี
เป็นรายบุคคลก็อาจเกิดความล่าช้าหรือหลงลืมไม่ได้ถ่าย อกทั้งเมื่อพจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าบุคคลที่จะ
เข้ามาในระบบของศาลน่าจะมีเพียง ๔ ประเภท คือ พนักงานอัยการ เจ้าพนักงานต ารวจ ทนายความ
และประชาชนทั่วไป ซึ่งบุคคลทั้งสี่กลุ่มนี้ล้วนแต่มีหน่วยงานให้การควบคุมดูแล โดยพนักงานอยการและ
ั
เจ้าพนักงานต ารวจซึ่งเป็นข้าราชการก็จะมีทางราชการเป็นผู้ควบคุมดูแลในการออกบัตรประจ าตัวให้
ส่วนทนายความก็จะมีด้านสภาทนายความเป็นผู้ควบคุมดูแล และประชาชนทั่วไปก็มีกรมการปกครอง
เป็นผู้ดูแลออกบัตรประจ าตัวประชาชนให้ ในกรณีเช่นนี้หากส านักงานศาลยุติธรรมจะประสานงานขอ
ความร่วมมือกับหน่วยงานทุกฝ่ายในการดึงข้อมูลบัตรประจ าตัวที่แต่ละหน่วยงานออกให้มาใช้ในกิจการ
ื
ยืนยันตัวบุคคลของศาล โดยอาจจะจ ากัดเฉพาะข้อมูลเท่าที่จ าเป็นเท่านั้น ไม่ต้องการข้อมูลส่วนตัวอ่น ๆ
ก็น่าจะท าให้ระบบการพจารณาคดีของศาลมีความถูกต้อง และสามารถให้บริการประชาชนได้โดยสะดวก
ิ
รวดเร็ว และเที่ยงธรรมมากยิ่งขึ้น

