Page 2044 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2044

๒๐๒๖




                  ิ
                                                                               ิ
                 พจารณา แต่เมื่อเป็นการกระท าผ่านทางจอภาพ ไม่ได้อยู่ต่อหน้าศาลที่นั่งพจารณาอย่างแท้จริงก็อาจท าให้
                                                                             ี
                 คลายความรู้สึกเกรงกลัว และไม่วิตกกังวลหากจะเบิกความเท็จเพราะไม่มคู่ความที่เป็นปฏิปักษ์คอยจับจ้อง
                                                                ี
                 อยู่ในสถานที่เดียวกัน ส่วนการเบิกความเมื่อไม่มีคู่ความอกฝ่ายคอยสังเกตพรุธอยู่ใกล้ ๆ ย่อมเป็นช่องทาง
                                                                                ิ
                                                                                                  ่
                 ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานมาเบิกความคิดหาหนทางในการที่จะให้พยานเบิกความเป็นประโยชน์แกฝ่ายตน
                 หรืออย่างน้อยก็ไม่หลงลืมข้อมูลที่จะต้องเบิกความ โดยเฉพาะเรื่องวันเวลาหรือข้อมูลที่เป็นตัวเลขต่าง ๆ
                 ยิ่งในชั้นตอบค าถามค้านของทนายความอกฝ่าย หากมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นเป็นผู้ให้ค าตอบแทนก็จะเป็น
                                                    ี
                 ประโยชน์อย่างมาก กรณีเช่นนี้เมื่อพยานอยู่ต่อหน้าจอภาพจึงมีโอกาสที่จะเกิดการเบิกความแบบคาราโอเกะ
                                                                                                  ิ
                 คือเบิกความไปตามตัวเลขหรือตัวหนังสือที่วิ่งอยู่บนจอภาพ ซึ่งหากท าได้แนบเนียนก็อาจท าให้ผู้พพากษา
                 หรือคู่ความอีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็น ส่วนการตอบค าถามค้านก็อาจให้ผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งทนายความ
                         ิ
                 ฝ่ายตนพมพค าตอบจากระยะไกลเข้ามาในจอภาพซึ่งก็จะท าให้สามารถเบิกความได้สมประโยชน์ฝ่ายตน
                           ์
                 ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยเหลือพยานให้หลบเลี่ยงข้อพรุธได้ นอกจากนี้ในกรณีที่พยานไว้ผมยาวก็ยังอาจ
                                                               ิ
                 ใช้วิธีให้พยานใส่หูฟังเพอรอค าตอบจากผู้เชี่ยวชาญได้ ถึงแม้ตามประกาศส านักงานศาลยุติธรรม ฯ ข้อ ๒๒
                                    ื่
                 ก าหนดว่า ระหว่างการนั่งพิจารณาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าคู่ความหรือบุคคล
                 ที่เกี่ยวข้องในคดีที่ใช้ระบบไม่ได้รับความปลอดภัยหรือการด าเนินกระบวนพิจารณาไม่เป็นไปโดยสุจริต
                                                                                      ื่
                 ศาลอาจสั่งให้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่บุคคลนั้นใช้ระบบหรือมีค าสั่งอนใดตามที่เห็นสมควร
                 แต่เมื่อสถานที่ดังกล่าวไม่ใช่ที่ท าการศาลหรือสถานที่ราชการ ศาลจะสั่งให้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมได้ด้วย
                 วิธีการอย่างไร อย่างมากก็อาจสั่งให้พยานยกจอภาพที่ใช้เชื่อมต่อระบบกับศาลหมุนตัวไปรอบ ๆ ดูว่ามีใคร
                 อยู่กับพยานหรือไม่ ซึ่งกไม่น่าจะเกิดประโยชน์เพราะไม่มีโอกาสเห็นตัวหนังสือหรือตัวเลขที่วิ่งอยู่บนจอภาพ
                                     ็
                 หากสั่งให้ใช้อปกรณ์อนส ารวจแทนเพอจะตรวจดูหน้าจอภาพก็อาจได้รับการปฏิเสธอางว่าไม่มีอปกรณ์อน
                                   ื่
                            ุ
                                                ื่
                                                                                       ้
                                                                                                ุ
                                                                                                       ื่
                                 ื่
                 หรือหากมีอปกรณ์อนที่สามารถท าได้ก็อาจมีการปิดระบบแสดงตัวหนังสือหรือตัวเลขบนจอภาพก่อนที่จะ
                           ุ

                 ด าเนินการตามคาสั่งศาล ซึ่งก็จะท าให้ศาลไม่เห็นข้อพิรุธดังกล่าวอยู่ดี จึงนับว่าการด าเนินกระบวนพิจารณา
                                         ิ
                 ชั้นสืบพยานด้วยวิธีการทางอเล็กทรอนิกส์โดยพยานอยู่นอกศาลและไม่มีผู้ควบคุมดูแลยังเป็นการด าเนิน
                 กระบวนพิจารณาทมีข้อจ ากัดและต้องหาวิธีปรับปรุงแกไขต่อไป
                                                              ้
                                 ี่
                               (๓) ควำมปลอดภัยของข้อมลส่วนบุคคล แม้ประกาศส านักงานศาลยุติธรรม ฯ ข้อ ๑๘
                                                        ู
                 วรรคสอง จะก าหนดห้ามมิให้คู่ความหรือบุคคลใดบันทึก เผยแพร่ หรือแพร่เสียงแพร่ภาพ ภาพหรือเสียง
                 กระบวนพจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล แต่ก็ไม่ปรากฏบทลงโทษที่ชัดเจน เว้นแต่จะน าบทบัญญัติ
                          ิ

                 เรื่องละเมิดอานาจศาลมาใช้บังคับซึ่งก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องตีความว่าจะเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานละเมิด
                                                                                             ิ
                 อานาจศาลหรือไม่ ประกอบกับในกรณีที่ศาลใช้วิธีบันทึกค าเบิกความพยานโดยวิธีการทางอเล็กทรอนิกส์


                 และไม่ได้มีการบันทึกคาเบิกความหรือจัดท าเอกสารสรุปค าเบิกความเป็นกระดาษควบคู่ไปด้วย คู่ความย่อม
                 ไม่มีหลักฐานแสดงค าเบิกความที่จะน าไปประกอบส านวนของตน จึงต้องขวนขวายหาวิธีการในการให้ได้มา
                                                                                             ิ
                 แม้อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่บ้าง ยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้า แม้แต่คอมพวเตอร์ที่ใช้กัน
                 อยู่ทั่วไปก็สามารถลงโปรแกรมประเภทบันทึกภาพเคลื่อนไหวหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ โทรศัพท์เคลื่อนที่
                 บางรุ่นก็สามารถท าได้ ซึ่งเมื่อท าเช่นนั้นแล้วบุคคลที่อยู่ห่างโดยระยะทางย่อมไม่สามารถจับพิรุธได้ จึงเชื่อว่า
                 ในทุกคดีที่เป็นคดีส าคัญจะต้องมีการละเมิดข้อห้ามดังกล่าวด้วยการบันทึกภาพเคลื่อนไหวหน้าจอไว้อย่าง
                 แน่นอน ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะท าให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเปิดเผยในระหว่างการนั่งพจารณาด้วยวิธีการ
                                                                                         ิ
                 ทางอิเล็กทรอนิกส์หลุดรอดออกไปสู่สาธารณะได้ แม้แต่ผู้พิพากษาที่นั่งพจารณาคดีผ่านจอภาพ หากแสดง
                                                                             ิ
   2039   2040   2041   2042   2043   2044   2045   2046   2047   2048   2049