Page 2043 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2043
๒๐๒๕
้
ั
ค าเบิกความของพยานขึ้นกล่าวอางได้โดยสะดวกและแม่นย า อนเนื่องจากไม่มีค าเบิกความในทุกรูปแบบ
อยู่ในความครอบครองของตนนั่นเอง
ิ
(๔) ปัญหำกำรนั่งพจำรณำโดยใช้วธีกำรทำงอเล็กทรอนิกส์นอกที่ท ำกำรศำล ปัญหานี้
ิ
ิ
ิ
เกิดจากแนวคิดในการที่จะให้ผู้พพากษา คู่ความหรือพยานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ต้องเดินทางมาที่ท าการศาล
เพื่อด าเนินกระบวนพิจารณาในห้องพิจารณา โดยให้แต่ละฝ่ายไปอยู่ในสถานที่ของตนเองแล้วใช้วิธีเชื่อมต่อ
ื่
สัญญาณผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เพอด าเนินกระบวนพิจารณาผ่านทางจอภาพ ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่ตรงกับ
ิ
ประกาศส านักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพจารณาคดีทาง
อิเล็กทรอนิกส์ ฯ ข้อ ๒๑ ที่ก าหนดว่า “การนั่งพิจารณาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ด าเนินการในห้องพจารณา
ิ
โดยให้ถ่ายทอดภาพและเสียงของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีที่ใช้ระบบอยู่นอกศาลมาเผยแพร่ใน
ิ
ห้องพจารณาอย่างเปิดเผย” ซึ่งแสดงว่าอย่างน้อยต้องมีผู้พพากษาอยู่ในห้องพจารณา การอางว่าที่ต้องให้
ิ
้
ิ
ด าเนินการเช่นนั้นเป็นเพราะมีเหตุฉุกเฉินหรือเป็นการจ าเป็นเนื่องจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แต่เมื่อข้อก าหนดของประธานศาลฎีกาและประกาศส านักงานศาลยุติธรรม
่
้
ไม่ได้ก าหนดทางแก้ไว้เช่นนั้นจึงน่าจะกระท ามิได้ ส่วนที่อางอกว่าประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง
ิ
ี
มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “...ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเป็นการจ าเป็นศาลจะมีค าสั่งก าหนดการนั่ง
พิจารณา ณ สถานที่อื่น...ก็ได้” นั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าในกรณีของมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง เป็นเรื่องที่ศาล
ื่
ิ
ไม่สามารถไปนั่งพจารณาในที่ท าการตามปกติได้ก็จะมีค าสั่งให้ย้ายไปนั่งพจารณายังสถานที่อน แต่คู่ความ
ิ
ิ
และบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายก็ต้องไปร่วมในการที่ศาลออกนั่งพจารณาในสถานที่แห่งใหม่นั้นด้วย มิใช่ว่า
ิ
ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปยังสถานที่ที่ตนสะดวกแล้วใช้สื่ออเล็กทรอนิกส์ในการด าเนินกระบวนพจารณา
ิ
ทั้งนี้ เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติรองรับไว้เช่นนั้นเช่นกัน แนวคิดในการให้
ผู้พพากษานั่งพจารณาโดยใช้วิธีการทางอเล็กทรอนิกส์นอกที่ท าการศาลโดยไม่มีผู้ใดต้องมาศาลจึงน่าจะมี
ิ
ิ
ิ
ข้อจ ากัดทางกฎหมาย
ิ
๔.๒ ข้อจ ำกัดด้ำนกระบวนพิจำรณำ โดยที่การพิจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์เป็นการพิจารณาคดี
ิ
โดยผ่านสื่ออเล็กทรอนิกส์ ผู้พพากษาและคู่ความตลอดจนพยานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีไม่จ าต้องอยู่
ิ
ิ
ร่วมกันในห้องพจารณา ท าให้กระบวนพจารณาบางประการขาดหายไปจากวิธีพจารณาคดีตามปกติ
ิ
ิ
ขณะเดียวกันก็เกิดช่องว่างที่ท้าทายต่อการอ านวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน อาทิเช่น
(๑) กำรแสดงตนต่อหน้ำศำลและคู่ควำมฝ่ำยอื่นเพื่อกำรตรวจสอบตัวบุคคล ในเรื่องนี้
ี
หากเป็นตัวคู่ความหรือพยานที่รู้จักกันมาก่อนก็คงไม่เกิดปัญหา เพราะถึงแม้ไม่ได้อยู่ต่อหน้ากันโดยเพยงแต่
มองเห็นกันผ่านจอภาพของระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็น่าจะยังจดจ ากันได้ แต่หากเป็นผู้ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องตัวบุคคลไม่ตรงกับความเป็นจริง แม้ตามประกาศส านักงานศาลยุติธรรม ฯ ข้อ ๑๗
ิ
ก าหนดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบุคคลที่ใช้ระบบอเล็กทรอนิกส์ว่าตรงกับคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี
หรือไม่ โดยให้บุคคลดังกล่าวแสดงบัตรประจ าตัวประชาชนให้ปรากฏทางจอภาพของระบบ แต่เมื่อเป็นการ
มองผ่านทางจอภาพ ไม่สามารถจับต้องบัตรประจ าตัวประชาชนที่น ามาแสดงได้ ก็อาจยังมีข้อคลางแคลงใจ
และเป็นช่องทางให้เกิดการด าเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่สุจริตได้ เช่น การน าบุคคลซึ่งช่ าชองการเบิกความ
มาแสดงตนเป็นพยานเบิกความแทนพยานที่แท้จริง เป็นต้น
(๒) กำรสำบำนหรือปฏิญำณตนและค ำเบิกควำมของพยำน แม้การพจารณาคดีโดยใช้
ิ
วิธีทางอเล็กทรอนิกส์พยานยังคงต้องสาบานตนหรือกล่าวค าปฏิญาณเหมือนเช่นที่มาเบิกความในห้อง
ิ

