Page 2149 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2149

๒๑๓๑


                        ก้าวแรกของการเข้ามาเป็นผู้พพากษา เริ่มตั้งแต่การเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ทุกคนจะได้รับการอบรม
                                                 ิ
                 สั่งสอนให้ตระหนักถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นเมื่อได้ด ารงต าแหน่งเป็นผู้พิพากษา
                 เต็มตัว เมื่อครั้งที่ผู้เขียนเข้ารับการอบรมในฐานะผู้ช่วยผู้พิพากษานั้น ประธานศาลฎีกา อดีตประธาน

                 ศาลฎีกา และท่านอาจารย์อีกหลายท่านซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งคนในองค์กรและนอกองค์กร
                                                                                                     ื่
                 มาบรรยายให้ความรู้ถึงการด ารงตนในภาคแรก (ภาคปฐมนิเทศ) และภาคสอง (ภาควิทยาการ) เพอให้
                 ผู้ช่วยผู้พิพากษาที่เข้ารับการอบรมตระหนักในการประพฤติตนเป็นตุลาการที่ดี รักษากาย วาจา ใจ

                                          1
                 ให้เหมาะสมกับงานตุลาการ  สอนให้รักองค์กร เพราะองค์กรจะอยู่ได้ คนในองค์กรต้องมีหลักการ
                                             2
                 และเห็นองค์กรเป็นสิ่งส าคัญที่สุด  หลายท่านย้ าให้อ่านและยึดถือประมวลจริยธรรมทุกข้อ ให้รักษาไว ้
                                                                                  4
                 ซึ่งอุดมการณ์แห่งวิชาชีพ  และรับผิดชอบต่อหน้าที่ในต าแหน่งที่ท าอยู่  มีการหยิบยกตัวอย่าง
                                        3
                                                              ื่
                 พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสมมาถ่ายทอดให้ฟงเพอไม่ให้เราเอาเยี่ยงอย่าง ความคาดหวังและค าสอน
                                                          ั
                 เหล่านั้น ได้ซึมซาบเข้าไปในตัวและหัวใจของผู้เข้ารับฟังการอบรมอยู่ไม่น้อย หากแต่ต่อมาเมื่อ
                 ผู้เขียนออกไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิพากษาแล้ว กลับพบว่าหลายอย่างที่ท่านอาจารย์ผู้ใหญ่เคย
                 เตือนเคยสอนว่า อย่าท า ก็มีคนท า แม้จะเป็นคนส่วนน้อย แต่ก็พบเจอเกือบทุกศาลที่เคยไปปฏิบัต ิ

                 หน้าที่ ตั้งแต่คนท าเป็นรุ่นน้อง รุ่นพ เลยไปจนถึงเป็นหัวหน้าศาล หากเรื่องที่กระท าเป็นเรื่องร้ายแรงและ
                                               ี่
                 เป็นที่ประจักษ์ ก็จะถูกน าเข้าสู่กระบวนการด าเนินการทางวินัยตามล าดับขั้นตอนและมีบทลงโทษตามที่
                 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญญัติไว้ตั้งแต่มาตรา ๖๘ ถึง

                           5
                 มาตรา ๘๐  ซึ่งในบทความนี้จะไม่น ากรณีที่เป็นเรื่องร้ายแรงและผ่านกระบวนการพิจารณาลงโทษ







                        1  ก ำพล ภู่สุดแสวง, ค ำบรรยำยในโอกำสที่ท่ำนเป็นวิทยำกรบรรยำยแก่ผู้ชวยผู้พิพำกษำ รุ่นที่ ๔๖ ในหัวข้อ
                                                                               ่
                 “คุณธรรมในกำรครองตน ครองคน และครองงำนของผู้พิพำกษำ” ณ สถำบันพัฒนำข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำลยุติธรรม
                    ี่
                 วันท ๗ ตุลำคม ๒๕๔๕
                        2  หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์, ค ำบรรยำยในโอกำสที่ท่ำนเป็นวิทยำกรบรรยำยแก่ผู้ช่วยผู้พิพำกษำ รุ่นที่ ๔๖

                 ในหัวข้อ “คุณธรรมในกำรครองตน ครองคน ครองงำนของผู้พิพำกษำ” ณ สถำบันพัฒนำข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำล
                 ยุติธรรม วันที่ ๑๗ กันยำยน ๒๕๔๕

                        3  ศำสตรำจำรย์ธำนินทร์ กรัยวิเชยร, ค ำบรรยำยในโอกำสที่ท่ำนเป็นวิทยำกรบรรยำยแก่ผู้ชวยผู้พิพำกษำ รุ่นท  ี่
                                                ี
                                                                                          ่
                 ๔๖ ในหัวข้อ “จริยธรรมตุลำกำร” ณ  สถำบันพัฒนำข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำลยุติธรรม วันที่ ๗ ตุลำคม ๒๕๔๕
                        4  อรรถนิติ ดิษฐอ ำนำจ, ค ำบรรยำยในโอกำสบรรยำยพิเศษแก่ผู้ช่วยผู้พิพำกษำ รุ่นที่ ๔๖ ในวันเปิดกำร
                 อบรมภำควิทยำกำร หัวข้อ “กำรบรรยำยพิเศษประธำนศำลฎีกำ” ณ สถำบันพัฒนำข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำล
                 ยุติธรรม วันที่ ๓๐ มิถุนำยน ๒๕๔๖
                        5  พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓
                 มำตรำ ๖๘  เมื่อข้ำรำชกำรตุลำกำรในศำลใดถูกกล่ำวหำหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ำกระท ำผิดวินัย ให้ข้ำรำชกำรตุลำกำรผู้มี
                                                                                            ั
                                                                                   ั้
                                                                                              ้
                 หน้ำที่รับผิดชอบในงำนของศำลยุติธรรมนั้นด ำเนินกำรให้มีกำรสอบสวนข้อเท็จจริงในชนต้น โดยมิชกชำ  ทั้งนี้ ตำม
                 หลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ต. ก ำหนด
                                                                                                ึ
                        วิธีกำรสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นจะท ำโดยให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องรำวเป็นหนังสือ หรือโดยบันทกเรื่องรำว
                 และควำมเห็น หรือโดยตั้งคณะบุคคลขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงก็ได้
   2144   2145   2146   2147   2148   2149   2150   2151   2152   2153   2154