Page 2162 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2162

๒๑๔๔


                 ค าวินิจฉัยว่าการกระท านั้นเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง โดยระบุโทษทางวินัยที่ผู้นั้นได้รับ ส่งให้

                                                                         ิ
                 ผู้พพากษาเป็นรายบุคคล ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจผู้พพากษาได้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันไม่มี
                    ิ
                                       ี
                                                               ั
                 การจัดท าเอกสารดังกล่าวอก ในขณะที่หน่วยงานในสังกดข้าราชการพลเรือน มีความกล้าที่จะเปิดเผยกรณี
                 ตัวอย่างการลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 น ามาเผยแพร่ผ่าน
                 ช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะทางเว็บไซต์ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสืบค้นข้อมูลได้โดยง่าย เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาและใช้


                 เป็นแนวทางในการปฏิบัติตน หรือการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงใช้ความระมัดระวังในการกระทาที่อาจจะกระทบ
                                                           ื่
                 ต่อหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่ในสังกัดของตน เพอป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่กระท าผิดวินัย จะได้ไม่มีมลทิน
                 มัวหมอง และไม่เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์และต าแหน่งหน้าที่ราชการอกด้วย โดยมีการสรุปข้อเท็จจริงโดยย่อถึง
                                                                       ี
                                                                                      ่
                 พฤติการณ์ที่เป็นการกระท าผิดวินัยจากส านักงานมาตรฐานวินัย ส านักงาน ก.พ. ให้อานเข้าใจได้ง่ายว่าเป็น
                                                     23
                 เรื่องอะไร และมีบทลงโทษบุคคลผู้นั้นอย่างไร  ซึ่งเป็นวิธีการที่คล้ายคลึงกับเอกสารที่ผู้เขียนเคยได้รับข้างต้น
                 แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะข้าราชการพลเรือนให้ความส าคัญกับการรักษาเกียรติศักดิ์ของคนใน

                 องค์กรมาก และไม่ปกปิดปัญหาความประพฤติที่สร้างมลทินมัวหมอง ทั้งในปัจจุบันหน่วยงานราชการอนมี
                                                                                                     ื่
                                                                       ึ้
                                                                 ิ่
                                                                                           ี่
                                                                          ี
                 ความตื่นตัวให้ความส าคัญกับการส่งเสริมด้านจริยธรรมเพมมากขนอก โดยภายหลังจากทพระราชบัญญัติ
                 มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ มีการตั้งคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) ซึ่งมี
                 นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ โดยคณะกรรมการ
                 ชุดดังกล่าว มีหน้าที่และอานาจในการเสนอแนะให้ค าปรึกษาเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านมาตรฐาน


                 ทางจริยธรรมและการส่งเสริมจริยธรรมภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี และมีอานาจหน้าที่อนที่เกี่ยวข้อง
                                                                                                      24
                                                                                           ื่

                        23   กรณีตัวอย่างการลงโทษทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551, กลุ่มงำนวินัย
                 และต่อต้ำนกำรทุจริต ส ำนักงำนเลขำนุกำรกรม ส ำนักงำนมำตรฐำนผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรม, มิถุนำยน 2563, [online],
                 เข้ำถึงได้จำก : www.tisi.go.th/data/pdf/about/Examples_of_disciplinary_action.pdf
                        24   พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒
                      มำตรำ ๘ ให้มีคณะกรรมกำรมำตรฐำนทำงจริยธรรมคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่ำ “ก.ม.จ.” ประกอบด้วย (๑)
                 นำยกรัฐมนตรีหรือรองนำยกรัฐมนตรีซึ่งนำยกรัฐมนตรีมอบหมำย เป็นประธำนกรรมกำร (๒) ผู้แทนคณะกรรมกำร
                 ข้ำรำชกำรพลเรือนที่ได้รับมอบหมำย เป็นรองประธำนกรรมกำร (๓) กรรมกำรโดยต ำแหน่ง จ ำนวนห้ำคน ได้แก่ ผู้แทนท ี่
                 ได้รับมอบหมำยจำกคณะกรรมกำร ข้ำรำชกำรพลเรือนในสถำบันอุดมศึกษำ คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรครูและบุคลำกร
                 ทำงกำรศึกษำ คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ คณะกรรมกำรมำตรฐำนกำรบริหำรงำนบุคคลส่วนท้องถิ่น และสภำ
                 กลำโหม อย่ำงละหนึ่งคน (๔) กรรมกำรผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนำยกรัฐมนตรีแต่งตั้งจ ำนวนไม่เกินห้ำคนเป็นกรรมกำร ให้
                 เลขำธิกำร ก.พ. เป็นกรรมกำรและเลขำนุกำร และให้เลขำธิกำร ก.พ. แต่งตั้งข้ำรำชกำร ในส ำนักงำน ก.พ. เป็น
                 ผู้ช่วยเลขำนุกำรได้ตำมควำมจ ำเป็น...
                     มำตรำ ๑๓ ก.ม.จ. มีหน้ำที่และอ ำนำจ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะและให้ค ำปรึกษำเกี่ยวกับนโยบำยและยุทธศำสตร์
                 ด้ำนมำตรฐำนทำงจริยธรรม และกำรส่งเสริมจริยธรรมภำครัฐต่อคณะรัฐมนตรี (๒) ก ำหนดแนวทำงหรือมำตรกำรในกำร
                 ขับเคลื่อน กำรด ำเนินกระบวนกำรรักษำจริยธรรม รวมทั้งกลไกและกำรบังคับใชประมวลจริยธรรมส ำหรับเจ้ำหน้ำที่ของ
                                                                           ้
                 รัฐเพื่อให้องค์กรกลำงบริหำร งำนบุคคล องค์กรตำมมำตรำ ๖ วรรคสอง หรือผู้บังคับบัญชำน ำไปใชในกระบวนกำร
                                                                                             ้
                 บริหำรงำนบุคคล อย่ำงเป็นรูปธรรม (๓) ก ำหนดแนวทำงในกำรส่งเสริมและพัฒนำเพื่อเสริมสร้ำงประสิทธิภำพให้
                 เจ้ำหน้ำที่ของรัฐ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับมำตรฐำนทำงจริยธรรมและยึดถือแนวทำงปฏิบัติตำมประมวลจริยธรรม
                 รวมทั้ง เสนอแนะมำตรกำรในกำรเพิ่มพูนประสิทธิภำพและเสริมสร้ำงแรงจูงใจในกำรปฏิบัติตำมประมวลจริยธรรมแก่
                 หน่วยงำนของรัฐต่อคณะรัฐมนตรี (๔) ก ำกับ ติดตำม และประเมินผลกำรด ำเนินกำรตำมมำตรฐำนทำงจริยธรรม โดย
   2157   2158   2159   2160   2161   2162   2163   2164   2165   2166   2167