Page 2159 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2159

๒๑๔๑


                         ๕. ส านักงานศาลยุติธรรมไม่ได้ให้ความรู้และท าความเข้าใจกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลถึง

                 เกณฑ์ในการประเมินและรายงานการปฏิบัติราชการของผู้พิพากษา แนวความคิดและเกณฑ์การให        ้
                 คะแนนที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแต่ละคนใช้จึงแตกต่างกันไป ไม่ได้มาตรฐานหรือเป็นแนวทาง

                 เดียวกัน ในประเด็นนี้ผู้เขียนเคยรับฟังผู้พิพากษาหัวหน้าศาลท่านหนึ่งเล่าว่า ท่านประเมินผู้พิพากษา
                 ที่มีปัญหา โดยในรอบแรกให้คะแนนประเมินรวม 98 คะแนน จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน และ

                 ในการประเมินรอบที่ ๒ ให้คะแนนประเมิน 97 คะแนน โดยคิดว่าการที่ให้คะแนนรอบที่สองต่ ากว่า

                 คะแนนประเมินรอบแรก น่าจะท าให้ผู้พพากษาที่รับการประเมินรู้ตัวและแก้ไขตนเองได้ ซึ่งผู้เขียน
                                                    ิ
                 เห็นว่าเป็นการให้คะแนนด้วยเกณฑ์เฉพาะตัวของท่านเท่านั้น


                 แนวทางแก้ไขปัญหาคุณธรรมและจริยธรรมของผู้พิพากษา


                         วัตถุประสงค์หลักของการเขียนบทความนี้ คือ การน าเสนอแนวทางจัดการแก้ไขปัญหา

                 คุณธรรมจริยธรรมของผู้พิพากษาดังกล่าวข้างต้นในโอกาสแรกที่พบปัญหาและสามารถด าเนินการ
                 แก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่จะปรากฏต่อบุคคลภายนอก จนกลายเป็นปัญหาที่ลุกลามและก่อให้เกิดความ

                 เสียหายกระทบต่อเกียรติศักดิ์ของการเป็นผู้พิพากษาและความเชื่อมั่นศรัทธาที่ประชาชนมีต่อ

                 องค์กรศาลยุติธรรมในภาพรวม ซึ่งผู้เขียนขอเสนอให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้
                         ๑. เสริมสร้างทัศนคติเรื่องความกล้าหาญในวิชาชีพของผู้พพากษาหัวหน้าศาล ให้กล้าที่จะ
                                                                            ิ
                 ว่ากล่าวตักเตือนผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งให้หมั่นสอดส่องดูแลความประพฤติ
                                                                   ั
                       ิ
                 ของผู้พพากษาขณะปฏิบัติหน้าที่ในศาลด้วย เนื่องจากล าพงการตรวจส านวนดูการจดรายงานกระบวน
                 พจารณา การจดค าเบิกความ หรือการท าค าสั่งค าร้องค าขอต่าง ๆ จากส านวนเพยงอย่างเดียว ไม่อาจ
                  ิ
                                                                                      ี
                 สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่เป็นบุคลิกภาพหรือการปฏิบัติงานของผู้พิพากษาโดยตรงอย่างแท้จริง
                               ื
                 ผู้เขียนเห็นว่าเพ่อมิให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกและรักษาบรรยากาศที่ดีในการท างาน
                 ร่วมกัน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลอาจให้โอกาสโดยให้ค าแนะน าตักเตือนด้วยการใช้ศิลปะในการพูดจา
                 เสียก่อน หากผู้พิพากษานั้นยังไม่มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล

                 ต้องมีความกล้าหาญที่จะประเมินผู้พพากษานั้นและท าข้อสังเกตจากการประเมินไปตามความเป็นจริง
                                                ิ

                         ๒. ให้ผู้พิพากษาประเมินตนเองเป็นระยะ ปัจจุบันส านักงานศาลยุติธรรมก าหนดให้มีการ

                 ประเมินผู้พิพากษาโดยหัวหน้าศาลหรืออธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาในต าแหน่งอ่นที่อยู่ในฐานะ
                                                                                           ื
                 ผู้บริหารศาล ซึ่งเป็นการประเมินโดยได้รับข้อมูลจากเพียงแหล่งเดียว  และทางปฏิบัติผู้พิพากษาที่รับ

                 การประเมินจะไม่ทราบผลการประเมินโดยตรง เว้นแต่จะถูกหยิบยกเนื่องจากมีการร้องเรียนหรือ

                 พจารณาเลื่อนชั้นต าแหน่งที่ส าคัญ ท าให้ผู้พพากษาดังกล่าวอาจไม่ได้ตระหนักหรือรู้ตัวว่ามีการด ารงตน
                  ิ
                                                      ิ
                 ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหากจัดให้มีการประเมินตนเองอย่างเป็นระบบ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
                 โดยตรงได้ สอดคล้องกับแนวความคิดเรื่องกำรประเมินตนเองของท่านไสลเกษ วัฒนพนธุ์ อดีตประธาน
                                                                                          ั
                 ศาลฎีกาที่ว่า “พึงประเมินตนเองตลอดเวลำ มีอีกข้อหนึ่งเกี่ยวกับกำรขึ้นนั่งพิจำรณำคดี เป็นที่
   2154   2155   2156   2157   2158   2159   2160   2161   2162   2163   2164