Page 2163 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2163
๒๑๔๕
เพื่อด าเนินการจัดท าประมวลจริยธรรมส าหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในแต่ละหน่วยงาน วางมาตรการและกลไก
ื
ที่มีประสิทธิภาพเพ่อเสริมสร้างให้มีการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอีกด้วย ส าหรับผู้พิพากษาซึ่งม ี
ประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการให้ยึดถือปฏิบัติอยู่ก่อนแล้ว จึงควรแสดงออกให้เป็นที ่
ประจักษ์ว่าได้ให้ความส าคัญกับเรื่องนี้มากเช่นกัน แม้ไม่ถึงขนาดเผยแพร่กรณีตัวอย่างบุคคลภายนอก
ิ
อย่างน้อยก็ควรเพ่มช่องทางให้ผู้พิพากษาได้รับรู้ถึงตัวอย่างพฤติกรรมที่อาจถูกร้องเรียนหรือลงโทษ
ิ
ทางวินัยได้ จะได้ตระหนักและระมัดระวังในการประพฤติตนมากขึ้น รวมทั้งท าให้ผู้พพากษาในองค์กร
ทั้งหมดได้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่ามีผู้พพากษาถูกด าเนินการทางวนัยมากขึ้นหรือน้อยลง หากมี
ิ
ิ
จ านวนมากขึ้นก็จะได้ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาดูแลคนในศาลของตนมิให้ประพฤติตนเช่นนั้น
ี
อกด้วย
บทสรุป
คุณธรรมและจริยธรรมของผู้พิพากษาเป็นสิ่งได้รับการถ่ายทอด อบรมสั่งสอน สืบต่อกันมา
จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งผู้พิพากษาส่วนใหญ่ยังคงรักษาและสืบทอดมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมแบบ
ึ
ดั้งเดิมไว้ได้ จึงท าให้ศาลยุติธรรมยังคงได้รับความเชื่อถือเชื่อมั่นให้เป็นที่พ่งสุดท้ายของประชาชน
แต่เมื่อมีคนส่วนน้อยที่มาบั่นทอนท าให้มาตรฐานนี้ให้เสื่อมถอยลง ในภาวะที่ประชาชนส่วนใหญ่มี
ิ
เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น จนกระทบกระเทือนถึงเกียรติศักดิ์ของผู้พพากษาส่วนใหญ่
และภาพรวมขององค์กรศาลยุติธรรม จึงจ าเป็นที่ศาลยุติธรรมจะต้องตื่นตัวและหามาตรการที ่
เหมาะสมมารับมือกับปัญหาดังกล่าว รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้บริหาร
หน่วยงานศาล ซึ่งใกล้ชิดและอยู่ในฐานะที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในเบื้องต้นให้เคร่งครัดในการ
สอดส่องดูแลผู้พิพากษาในศาลของตนให้มากขึ้น เมื่อรับรู้หรือพบเห็นการกระท าที่ไม่สมควรสามารถ
ิ
ตักเตือนให้ผู้พพากษานั้น ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนจะมีการท าพฤติกรรมซ้ า
โดยไม่ตระหนักว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรและนานไปอาจก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงได้ ทั้งควรจัด
ให้ผู้พิพากษามีโอกาสประเมินตนเองเป็นระยะ ส่วนหน่วยงานของส านักงานศาลยุติธรรมที่ได้รับ
เรื่องร้องเรียนควรเปิดใจกว้างในการสดับตรับฟังข้อร้องเรียนต่าง ๆ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่าง
อย่ำงน้อยต้องให้หน่วยงำนของรัฐจัดให้มีกำรประเมินควำมรู้ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับมำตรฐำนทำงจริยธรรม และให้มีกำร
ประเมินพฤติกรรมทำงจริยธรรมส ำหรับเจ้ำหน้ำที่ของรัฐในหน่วยงำนนั้น (๕) ตรวจสอบรำยงำนประจ ำปีของหน่วยงำน
ของรัฐตำมมำตรำ ๑๙ (๓) และรำยงำนสรุปผล กำรด ำเนินงำนดังกล่ำวเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทรำบอย่ำงน้อยปีละหนึ่ง
้
ครั้ง (๖) ตีควำมและวินิจฉัยปัญหำที่เกิดจำกกำรใชบังคับพระรำชบัญญัตินี้ (๗) ปฏิบัติหน้ำที่อื่นตำมที่บัญญัติไว้ใน
พระรำชบัญญัตินี้หรือตำมที่คณะรัฐมนตรีมอบหมำย กำรประเมินผลตำม (๔) ให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่ ก.ม.จ.
ก ำหนด โดยอำจจัดให้มีองค์กรภำยนอกเข้ำร่วมกำรประเมินผลด้วยก็ได้
หลังจากตราพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว มีการออกระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ว่าด้วย
หลักเกณฑ์การจัดท าประมวลจริยธรรม ข้อก าหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขึ้น ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๓ เพื่อให้หน่วยงานแต่หน่วยไป
ด าเนินจัดท าประมวลจริยธรรมให้เหมาะสมแก่ภารกิจที่มีลักษณะเฉพาะของหน่วยงาน ให้การด าเนินการเป็นไปด้วยความ
เรียบร้อย มีมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรม

