Page 2155 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2155

๒๑๓๗


                 ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งการกระท าเช่นว่านี้อาจจะมิได้มาในรูปของการสั่งการหรือมีค าสั่งชัดเจนว่าให้

                          14
                 ท าอย่างไร   หรือการน าค าร้องค าขอในส านวนไปท าค าสั่งด้วยตนเอง แต่อาจมาในรูปของการเรียก
                 ผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายเข้าไปพบ พูดคุยข้อเท็จจริงในส านวนที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาชั้นฝาก

                 ขังวันนั้น แล้วน าเสนอข้อเท็จจริงนอกส านวนซึ่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลได้มาจากบุคคลภายนอกด้วย
                 ความสนิทสนมส่วนตัว เพอโน้มน้าวให้ผู้พิพากษาที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เวรฝากขังคดีนั้นเชื่อว่า
                                      ื่
                 พฤติการณ์ของผู้ต้องหาในส านวนนั้นความจริงไม่ได้ร้ายแรงเหมือนดังที่พนักงานสอบสวนบรรยายใน

                                                     ิ
                 ค าร้องขอฝากขัง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้พพากษาดังกล่าวมีค าสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เป็น
                 ต้น  จากกรณีที่ได้ประสบมานี้ท าให้ผู้เขียนตระหนักได้ว่า โอวาทของท่านสันติ ทักราล ขณะด ารง

                                                      ั
                                                          ิ
                 ต าแหน่งประธานศาลฎีกา ที่ผู้เขียนได้รับฟงในพธีเปิดการศึกษาอบรมปฐมนิเทศผู้ช่วยผู้พพากษารุ่นที่
                                                                                             ิ
                 46 ของผู้เขียน ว่า “ให้ผู้พิพากษาต้องยืนหยัดในสิ่งที่ถกต้อง ไม่ต้องท าตามค าขอของผู้ใหญ่ แม้ผู้นั้นจะให้
                                                              ู
                                                                                     ิ
                 คุณให้โทษในหน้าที่การงานของเราได้ก็ตาม”  มีอยู่จริงในชีวิตราชการของผู้พพากษา และเป็นสิ่งที่
                                                        15
                    ิ
                 ผู้พพากษาทุกคนต้องตื่นรู้ อย่าตกเป็นเครื่องมือของบุคคลใดในการแสวงหาประโยชน์ หรือสร้าง
                                       ื่
                                 ื่
                  ิ
                          ่
                                                                                            ิ
                 อทธิพลแกตนเองเพอให้ผู้อนเข้าใจไปได้ว่าบุคคลนั้นสามารถชี้น าดุลพนิจในการพจารณาพพากษาคดีของ
                                                                           ิ
                                                                                    ิ
                    ิ
                 ผู้พพากษาได้

                 ผลกระทบของความบกพร่องในการรักษามาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมของผู้พิพากษา
                        ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นบางส่วนของปัญหาด้านคุณธรรมและจริยธรรมของผู้พิพากษาที่ผู้เขียน
                 หยิบยกมากล่าวเป็นตัวอย่าง ล าดับต่อไปผู้เขียนจะได้น าเสนอถึงผลกระทบของการกระท าที่ขัดต่อมาตรฐาน
                                           ื่
                                   ิ
                 เหล่านั้นว่ามีผลต่อผู้พพากษาอน เจ้าหน้าที่งานธุรการ ตลอดจนประชาชนผู้มีคดีความและผู้เกี่ยวข้อง
                 อย่างไรบ้าง

                        อนดับแรกเรื่อง การไมตรงต่อเวลา ส่งผลกระทบต่อบุคคลหลายฝ่าย ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบ
                                            ่
                         ั
                 โดยตรงก็คือประชาชนที่ต้องมาศาล ไม่ว่าจะเป็นคู่ความทั้งฝ่ายโจทก์และจ าเลย ผู้เสียหาย หรือพยาน

                 ที่มาศาลในวันนัดพิจารณาคดี จ าเลยถูกน าตัวมาฟ้องและรอศาลอ่านอธิบายฟ้อง ตลอดจนรอฟัง
                     ิ
                 ค าพพากษากรณีเวรชี้ ประชาชนซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาที่รอศาลสอบถามตามค าร้องขอฝากขังหรือขอส่งตัว
                     ื
                 ไปฟ้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของพนักงานสอบสวนในเวรฝากขัง รวมทั้งประชาชนหรือคู่ความ



                        14   ประมวลจริยธรรม ข้อ ๓๗ “ผู้พิพำกษำจักต้องไม่ก้ำวก่ำยแทรกแซงหรือแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบจำก
                 กำรปฏิบัติหน้ำที่ของผู้พิพำกษำอื่นหรือกระท ำกำรใด ๆ อันเป็นกำรกระทบกระเทือนต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ของผู้พิพำกษำ
                 อื่นในกำรพิจำรณำพิพำกษำคดี
                 ค ำอธิบำยประมวลจริยธรรม ข้อ ๓๗ “จักต้องไม่ก้ำวก่ำย : ...กำรก้ำวก่ำยนี้อำจจะมีได้หลำยทำงด้วยกัน เชน กำร
                                                                                                   ่
                                                                                                      ่
                                                                                              ิ
                                                                                       ้
                                                                                     ื
                 ที่ผู้พิพำกษำซึ่งเป็นผูบังคับบัญชำโดยตรง หรือผู้พิพำกษำอำวุโสขอให้ผู้อยู่ใตบังคับบัญชำหรอผูน้อยตัดสนคดีตำมทีตน
                                ้
                                                                         ้
                 ประสงค์ไม่ว่ำจะร้องขอโดยตรงหรือโดยปริยำย”
                        15   สันติ ทกรำล, โอวำทในพิธีเปิดกำรศึกษำอบรมปฐมนิเทศผู้ชวยผู้พิพำกษำรุ่นที่ 46 วันที่ 16 กันยำยน
                                 ั
                                                                         ่
                 2545 ณ สถำบันพัฒนำข้ำรำชกำรฝ่ำยตุลำกำรศำลยุติธรรม
   2150   2151   2152   2153   2154   2155   2156   2157   2158   2159   2160