Page 2170 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2170
๒๑๕๒
และเยาวชนกระท าความผิดซ้ าอีก ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร และจะเกิดประสิทธิภาพ
สูงสุด บรรลุเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เด็กและเยาวชนส านึกในการกระท าของตน มีความสามารถ
ควบคุมพฤติกรรมของตนเอง ไม่กระท าความผิดกฎหมาย เป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษ
ของชาติอย่างยั่งยืน
สถานการณ์ปัญหายาเสพติดให้โทษในประเทศไทย
ื้
การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษในประเทศไทย เริ่มจากพนที่ “สามเหลี่ยม
ทองค า” ซึ่งเป็นรอยต่อของสามประเทศ คือ ไทย เมียนมา และลาว เป็นแหล่งผลิตยาเสพติดให้โทษ
ทั้งเมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า และยาไอซ์) เฮโรอีน ลักลอบน าเข้าสู่ประเทศไทยตามแนวชายแดน
ระหว่างประเทศ ในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อ านาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งมีชายแดน
ื้
ั
ติดกับประเทศลาว มีแหล่งผลิตและแหล่งพกยาเสพติดให้โทษอยู่ในพนที่ประเทศลาว ยาเสพติด
ให้โทษส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายเพอส่งต่อไปยังประเทศที่สามผ่านทางภาคใต้ ก่อนที่จะล าเลียงไป
ื่
ประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน และใช้อยู่ในประเทศไทยจ านวนหนึ่ง “ยาบ้า” ซึ่งเป็นสารเสพติด
กลุ่มแอมเฟตามีนยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษยอดนิยมที่เด็กและเยาวชนใช้เสพ อาจจะด้วยราคาซึ่ง
ไม่แพงมาก รองลงมาคือ “ยาไอซ์” ซึ่งเป็นสารเสพติดในกลุ่มเดียวกัน แต่มีความบริสุทธิ์สูงราว
๙๕ เปอร์เซ็นต์ จึงท าให้ยาเสพติดให้โทษชนิดนี้ได้รับความนิยมไม่ต่างกัน เนื่องจากออกฤทธิ์
ได้เร็วและรุนแรงยิ่งกว่า พฤติกรรมการเสพยาเสพติดให้โทษของเด็กและเยาวชนนั้น มักไม่นิยม
ี
การเสพเพยงชนิดเดียว แต่จะเสพแบบผสมผสาน โดยผสมยาเสพติดให้โทษและเปลี่ยนสูตรผสมไป
เรื่อย ๆ อย่างที่พบในกรณีของ “เคนมผง” มีส่วนผสมทั้งเฮโรอีน ยาอี ไดอะซีแพม แอมเฟตามีน
และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทเคตามีนด้วย และผู้เสพมักจะเสพสุราก่อน พฤติกรรมของเด็ก
และเยาวชนชอบลองของใหม่ของแปลกไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นอันตราย ผู้เสพบางรายฤทธิ์ของ
ยาเสพติดให้โทษไปกดระบบการหายใจและเสียชีวิตก็มี
ผลการปราบปรามยาเสพติดให้โทษทั่วประเทศ ประจ าปี ๒๕๖๑ พบว่า มีผู้ใช้สาร
เสพติดสูงถึง ๑.๔ ล้านคน แบ่งเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษประมาณ ๓ แสนคน ยาเสพติดให้โทษที่
ตรวจยึดได้ภายในประเทศนับแต่ปลายปี ๒๕๖๒ มีปริมาณมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะยาไอซ์ และ
เฮโรอีน ยาเสพติดให้โทษเหล่านี้จะถูกน าเข้ามาจากประเทศเมียนมา และลาว เพอส่งผ่านไป
ื่
ต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง มีการสกัดกั้นตรวจยึดได้จ านวนมาก ส านักงาน
คณะกรรมการป้องและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประสานความร่วมมือกับประเทศปลายทาง
จนกระทั่งน าไปสู่การจับกุมยาเสพติดให้โทษในต่างประเทศซึ่งถูกส่งไปจากประเทศไทย สถิติการสกัด
กั้นจับกุมยาเสพติดให้โทษในประเทศไทยตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๖๓ - มิถุนายน ๒๕๖๔ พบว่ามีการตรวจ
ยึดเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าจ านวนมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยได้เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า
๓๔๔ ล้านเม็ด ยาไอซ์ ๒๐,๖๖๒ กก. เฮโรอีน ๒,๗๖๐ กก. ยาอี ๒๗๙,๘๖๘ เม็ด กัญชา ๑๙,๔๗๕ กก.

