Page 2173 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2173

๒๑๕๕






                               ๑. ประเภท ๑ ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ได้แก่ เฮโรอีน แอมเฟตามีน

                 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า และยาไอซ์) ๓,๔-เมททิลลีนไดออกซีแอมเฟตามีน (ยาอีหรือยาเลิฟ)
                 เอ็นเอทิล เอ็มดีเอ หรือเอ็มดีอี คลอซูโดอีเฟดรีน ซึ่งสามารถใช้ในการผลิตยาบ้าได้ ยาเสพติดให้โทษ

                 ประเภทนี้ไม่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
                                ๒. ประเภท ๒ ยาเสพติดให้โทษทั่วไป ได้แก่ มอร์ฟน โคคาอีน โคเดอีน ฝิ่นยา
                                                                               ี
                 ยาเสพติดให้โทษประเภทนี้มีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ก็มีโทษมาก ดังนั้น จึงต้องใช้ภายใต้ความ
                 ควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะในกรณีที่จ าเป็นเท่านั้น

                               ๓. ประเภท ๓ ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นต ารับยา และมียาเสพติดให้โทษใน
                 ประเภท ๒ ผสมอยู่ด้วย ได้แก่ ยาแก้ไอ ที่มีตัวยาโคเดอีน หรือยาแก้ท้องเสียที่มีตัวยาไดเฟนอกซิน

                 ยาฉีดระงับปวด เช่น มอร์ฟน เพทิดีน ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น เป็นต้น ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓ มี
                                         ี
                 ประโยชน์ทางการแพทย์ และมีโทษน้อยกว่ายาเสพติดให้โทษอื่น

                               ๔. ประเภท ๔ เป็นสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ หรือประเภท
                 ๒ ได้แก่ อาเซติคแอนไฮไดรด์ อาเซติลคลอไรด์ ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนมอร์ฟีนเป็นเฮโรอีน และวัตถุออก

                 ฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด ที่สามารถน ามาผลิตยาอีและยาบ้าได้ ยาเสพติดให้โทษประเภทนี้
                 ไม่มีการน ามาใช้ประโยชน์ในการบ าบัดโรคแต่อย่างใด

                               ๕. ประเภท ๕ ยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าอยู่ในประเภท ๑ ถึงประเภท ๔ ได้แก่

                                   ื
                 กัญชา พชฝิ่น และพชเห็ดขี้ควาย ยาเสพติดให้โทษประเภทนี้ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ยกเว้น
                         ื
                 กัญชา
                               ยาเสพติดให้โทษที่แพร่ระบาดมาก ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า และยาไอซ์)

                 แพร่ระบาดมากที่สุดร้อยละ ๘๐ รองลงมาเป็น เฮโรอีน กัญชา และฝิ่น ตามล าดับ
                                                                                        ๔
                               โดยธรรมชาติของผู้เสพยาเสพติดให้โทษจะเลือกเสพยาเสพติดให้โทษจากลักษณะ

                 การออกฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลังเสพยาเสพติดให้โทษเข้าไป ซึ่งการออกฤทธิ์ของยาเสพติดแบ่งได้
                 เป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่

                               ๑. กลุ่มออกฤทธิ์กดประสาท (Depressants) โดยออกฤทธิ์กดประสาทสมอง
                 ศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองและประสาทที่ควบคุมการท างานของอวัยวะบางอย่างของร่างกาย

                               ี
                 ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟน เฮโรอีน และเซโคบาร์บิทาล (Secobarbital) ชื่อเรียกในหมู่ผู้ใช้คือ ปีศาจแดง หรือ
                 เหล้าแห้ง ไดซะซีแพม ทินเนอร์ กาว เป็นต้น

                               ๒. กลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท (Stimulants) จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทสมอง
                 ส่วนกลาง โดยตรง กระตุ้นการเต้นของหัวใจและอารมณ์ด้วย เช่น แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน

                 อีเฟดรีน โคเคน เป็นต้น



                        ๔  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข,“ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชอยาเสพติดให้
                                                                                              ื่
                 โทษในประเภท ๑ พ.ศ. ๒๕๖๑”, ม.ป.ป., โดย ส านักยาและวัตถุเสพติด <https://bdn.go.th>. (๘ สิงหาคม ๒๕๖๔)
   2168   2169   2170   2171   2172   2173   2174   2175   2176   2177   2178