Page 2178 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2178

๒๑๖๐






                                                                                    ๑๓
                 ในท านองเดียวกับสุราและเมรัย ยาเสพติดให้โทษจึงรวมอยู่ในค าว่ามัชชะนี้  ซึ่งมีองค์ประกอบ ๔
                 อย่าง ดังนี้ มชฺชภาโว (ความเป็นของเมา) ๑, ปาตุกมฺยตาจิตฺต  (จิตคิดจะดื่ม) ๑, ตชฺโช วายาโม (ความ
                 พยายามอันเกิดแต่จิตนั้น) ๑, อชฺโฌหรณ  (กลืนให้ล่วงลงในล าคอ) โทษของยาเสพติดให้โทษหรือสุรา

                 เมรัย และมัชชะนั้น ก่อให้เกิดโทษต่อตนเองและผู้อื่น กล่าวคือ ท าให้เกิดความประมาท ค าสอนทาง
                      ุ
                 พระพทธศาสนาเน้นความส าคัญของการมีสติอยู่เสมอ ไม่ให้ประมาท ผู้ที่ประมาทย่อมจะพลาด
                 โอกาสจากประโยชน์หรือคุณความดีต่าง ๆ ผู้ดื่มของมึนเมาจะครองสติไม่ได้ มีอารมณ์แปรปรวน ขาด
                 ความเป็นตัวของตัวเอง จากเดิมเป็นคนดีก็กลายเป็นคนชั่ว สิ่งที่ไม่เคยท าก็กล้าท า เมื่อขาดสติจึงกล้า

                                                               ู
                 ฆ่าสัตว์ กล้าลักขโมย กล้าประพฤติผิดในกาม กล้าพดโกหก จึงเป็นเหตุผลที่พระพทธเจ้าบัญญัติศีล
                                                                                         ุ
                 ข้อนี้ และถือว่ายาเสพติดให้โทษเป็น “อบายมุข” ในทางพระพทธศาสนา เป็นทางแห่งความเสื่อม
                                                                         ุ
                                              ั
                 ไม่เป็นไปเพอความงอกงามหรือพฒนาให้ดีขึ้น ผู้ที่ติดยาเสพติดให้โทษจะต้องเสพเป็นประจ า ถือว่า
                           ื่
                 เป็นภัยร้ายแรง เป็นโทษต่อร่างกายและจิตใจ เท่ากับตกนรกทั้งเป็น
                 หลักพุทธปรัชญากับการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษของเด็กและเยาวชน


                               ปัญหาการติดยาเสพติดให้โทษของเด็กและเยาวชน เป็นทุกข์ทางใจ ซึ่งถือว่าโรค

                 ทางวิญญาณ (Spiritual Disease) เกิดจากการเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ซึ่งการเห็นผิดเป็นเหตุปัจจัยให้
                                                  ู
                 เกิดการคิดผิด (มิจฉาสังกัปปะ) การพดผิด (มิจฉาวาจา) และการกระท าผิด (มิจฉากัมมันตะ) ซึ่งโรค
                 ทางวิญญาณนี้เป็นกันได้ทุกคน ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงต้องรักษาเยียวยาในทางวิญญาณโดยใช้หลักธรรม
                 ในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีหลัก ๓ ประการ ได้แก่


                 ๑. หลักพุทธปรัชญาว่าด้วยความจริงของชีวิต ได้แก่

                                                 ๑๔
                               ๑.๑ หลักอริยสัจ ๔  แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ ความจริงของพระอริยะ หรือ
                                                                                                     ุ
                 ความจริงที่ท าให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นอริยะ เป็นหลักธรรมส าคัญที่ครอบคลุมค าสอนทั้งหมดในพทธ
                 ศาสนา และเป็นหลักธรรมที่เป็นแก่นส าคัญของพระพุทธศาสนา มีอยู่ ๔ ประการ คือ


                                      ๑. ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น

                                      ๒. สมุทัย คือ สาเหตุที่ท าให้เกิดทุกข์

                                      ๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ท าให้เกิดทุกข์

                                      ๔. มรรค คือ แนวปฏิบัติที่น าไปสู่หรือน าไปถึงความดับทุกข์





                        ๑๓  ประยงค์ แสนบุราณ, “การป้องกันและแก้ไขปัญหาเสพติดสารเสพติดด้วยพุทธธรรม”, วารสาร
                 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/HUSO/index. มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

                 มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปีที่ ๓๓ ฉบับที่ ๓ (กันยายน - ธันวาคม ๒๕๕๙) : หน้า ๒๗๐-๒๗๗.
                        ๑๔  อภิ.วิ ๓๕/๑๔๕/๑๒๗.
   2173   2174   2175   2176   2177   2178   2179   2180   2181   2182   2183