Page 2180 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2180
๒๑๖๒
ื่
ความดับทุกข์ รู้ว่าเป้าหมายท าเพอประโยชน์อะไร ๔) ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาหรือมรรค คือ การ
ด าเนินการตามขั้นตอนวิธีดับทุกข์ รู้ว่าดับทุกข์ด้วยวิธีการใด โดยเฉพาะมรรคในอริยสัจ ๔ เป็น
กระบวนวิธีในการดับทุกข์หรือแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม การด าเนินในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้
โทษของเด็กและเยาวชนให้ได้ผลอย่างถูกวิธี จะต้องมีการรู้สภาพตามความเป็นจริงของปัญหาคือ
ทุกข์นั้นให้แจ้งชัด โดยต้องเข้าใจถึงเหตุแห่งการเกิดปัญหาเกิดทุกข์นั้น ต้องท าการสืบค้น วิเคราะห์
ื่
ให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของเด็กและเยาวชนซึ่งติดยาเสพติดให้โทษนั้น เพอวางแผนแก้ไข และ
ป้องกันไม่ให้ปัญหานี้กลับมาเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหวนกลับไปเสพยาเสพติดให้โทษ
ซ้ าอีก และวางเป้าหมายไปสู่สภาพของการสิ้นทุกข์เมื่อแก้ไขปัญหานั้นส าเร็จ
๑.๒ หลักปฏิจจสมุปบาท เป็นหลักธรรมแสดงความเป็นไปของชีวิต แสดง
๑๖
ความเกิด ดับแห่งทุกข์ ตามธรรมดาของเหตุปัจจัย มีขอบเขตกว้างขวาง ครอบคลุมหลักธรรม
ปลีกย่อยในระดับต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ถ้าเข้าใจหลักปฏิจจสมุปบาทแล้ว ก็ชื่อว่าจะเข้าใจชีวิตหรือ
ั้
ุ
ุ
เข้าใจแก่นแท้ของพระพทธศาสนา ดังพทธพจน์ว่า “ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นนย่อมเห็นธรรม
๑๗
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นปฏิจจสมุปบาท”
หลักปฏิจจสมุปบาทเป็นหลักค าสอนที่ให้มองโลกตามความเป็นจริง เพราะการรู้
ความจริงเป็นฐานทางปัญญา หลักปฏิจจสมุปบาทเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “อิทัปปัจจยตา” แปลว่า
ความเป็นปัจจัยให้เกิดขึ้น เป็นหลักคิดอย่างเป็นกลางและเชื่อมโยง ส่วนค าว่า ปฏิจจสมุปบาท
หมายถึง สิ่งที่อิงอาศัยกันและกันเกิดขึ้น ไม่สามารถแยกจากกันได้ตามกฎแห่งเหตุผล ทุกอย่างที่
เกิดขึ้นต้องมีเหตุปัจจัยเกี่ยวเนื่อง จะเกิดขึ้นเองโดยไม่มีปัจจัยอื่นหรือองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมด้วยนั้น
เป็นไปไม่ได้ ตามสูตรของปฏิจจสมุปบาทมีหลักทั่วไปว่าดังนี้
อิมสฺมึ สติ อิท โหติ เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
อิมสฺสุปฺปาทา อิท อุปฺปชฺชติ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
อิมสฺมึ อสติ อิท น โหติ เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี
อิมสฺส นิโรธา อิท นิรุชฺฌติ เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับไป
ในพระวินัยปิฎกกล่าวถึงการพิจารณาปฏิจจสมุปบาทว่า พระผู้มีพระภาคทรงมนสิการ
ปฏิจจสมุปบาทในคราวแรกตรัสรู้ทั้งอนุโลมและปฏิโลมตลอดปฐมยาม มัชฌิมยาม และปัจฉิมยามแห่ง
ราตรี ตามล าดับว่า พระพุทธเจ้าทรงมนสิการปฏิจจสมุปบาทโดยอนุโลมว่า
เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี
๑๖ วินย. ๔/๑/๑.
๑๗ ม.มู. ๑๒/๓๔๖/๒๕๒-๒๕๕.

