Page 2182 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2182

๒๑๖๔






                 ปล่อยวาง เปรียบเหมือนการติดยาเสพติดให้โทษ ซึ่งติดแล้วหยุดเสพได้ยากหรือหยุดไม่ได้ การติด

                 ยาเสพติดจึงเป็นการติดในกิเลสวัตถุยาเสพติดให้โทษ เป็นอุปาทานของผู้เสพยาเสพติดให้โทษนั่นเอง

                               การท างานของจิตมีความส าคัญอย่างยิ่ง เพราะจิตเป็นผู้รับรู้ ปรุงแต่ง และเก็บสะสมไว้

                 การถอนการยึดมั่นปรุงแต่งก็จะมีล าดับ ผู้ศึกษาหลักธรรมจึงต้องเห็นความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ
                 ในหลักปฏิจจสมุปบาททั้ง ๑๒ ประการ จึงจะหลุดพ้นจากความยึดมั่นที่มีต่อกายและจิต เมื่อมีสิ่งเร้า

                 จากภายนอกเข้ามากระทบจิต การด าริของจิตจะมีผลต่อตัณหา สติและปัญญาจึงมีความส าคัญใน
                 การสกัดกั้นไม่ให้เกิดตัณหาขึ้น สิ่งเร้าจะเข้ามาทางอายตนะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เกิดการรับรู้
                 เป็นรูปหรือนามขึ้น เกิดการสัมผัส เกิดเวทนา แล้วเกิดตัณหา ตัณหาจะเกิดและเบ่งบานจากอายตน

                 สัมผัสวงจรสายเกิดมีทุกข์เป็นความเบียดเบียนคับข้องและมีตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์ การมีสติคอย

                 สังเกตที่กายและจิตเป็นล าดับ จิตเริ่มอยู่กับอารมณ์ปัจจุบัน การละอารมณ์ที่เกิดขึ้นจะช่วยไม่ให้สิ่ง
                 เร้าที่มาสัมผัสจิตปรุงแต่งไปเป็นตัณหาและอุปาทาน การฝึกคิดและมองโลกด้วยหลักปฏิจจสมุปบาท
                 จะท าให้รู้เท่าทันกระแสความคิด ท าให้กระแสความคิดเป็นกลาง คล่อง อิสระ ไม่ติดขัด ก่อให้เกิด

                               ้
                 อิสรภาพ หลุดพนจากความบีบคั้น เกิดสุข ปฏิจจสมุปบาทจึงเป็นหลักธรรมที่มุ่งให้มนุษย์ได้เห็นถึง
                 ต้นเหตุของความทุกข์ที่แท้จริงที่เกิดขึ้นภายในตัวมนุษย์ โดยแสดงให้เห็นว่าทุกข์เกิดขึ้นมาอย่างไร

                 และจะดับลงไปอย่างไรโดยละเอียด รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าการที่ทุกข์จะเกิดขึ้นและดับไปนั้น
                 มีลักษณะเป็นเรื่องของธรรมชาติที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่หลาย ๆ ชั้น และอาศัยกัน แล้วท าให้ความทุกข์

                 เกิดขึ้นหรือท าให้ความทุกข์ดับไป

                               การเรียนรู้สืบสาวหาเหตุปัจจัยที่ท าให้เกิดปัญหายาเสพติดให้โทษของเด็กและ
                                                                                                      ่
                 เยาวชนตามหลักปฏิจจสมุปบาท จะพบว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นมาเองลอย ๆ แต่มีเหตุปัจจัยหลายอยาง
                 ที่ท าให้เกิดขึ้น และมีความสัมพนธ์กันเป็นทอด ๆ ยาเสพติดให้โทษมีคนเสพอยู่ทุกที่ของประเทศ
                                              ั
                                                                                      ื่
                 ตามหลักเศรษฐศาสตร์ มี Demand มี Supply บางครั้งก็ใช้ Supply เพอให้คนมี Demand
                 กล่าวคือ มีความต้องการเสพ จึงมีการผลิตยาเสพติดให้โทษ มีการลักลอบน าเข้ายาเสพติดให้โทษ
                 จากประเทศเพอนบ้าน มีการบรรทุกขนล าเลียงยาเสพติดให้โทษจากแหล่งผลิตน าเข้าสู่ประเทศ
                               ื่
                 มีการจ าหน่ายขายยาเสพติดให้โทษแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเหตุเป็นปัจจัยกันดุจห่วงโซ่ปฏิจจสมุปบาท
                 แต่เหตุปัจจัยหลักที่ท าให้เด็กและเยาวชนเสพติดยาเสพติดให้โทษมาจากอายตนะและผัสสะของเด็ก

                 และเยาวชนเอง การฝึกสอนให้เด็กและเยาวชนส ารวมอายตนะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) จึงเป็นสิ่ง
                 ส าคัญที่เด็กและเยาชนจะต้องเรียนรู้วิธีด าเนินชีวิตให้ห่างไกลจากยาเสพติดให้โทษ ค าว่าส ารวม

                 หมายถึง ระมัดระวังในการใช้อวัยวะของร่างกาย ไม่ให้น าไปใช้ในการเสพยาเสพติดให้โทษโดย
                 เด็ดขาด ไม่ให้เอาปากหรือลิ้นไปดื่มกินยาเสพติดให้โทษ ไม่ให้เอาจมูกไปสูดดมควันพิษของยาเสพติด

                 ให้โทษ ไม่ยอมให้เอาเข็มมาฉีดยาเสพติดให้โทษเข้าร่างกาย ไม่ให้เอาแผ่นยาเสพติดให้โทษมาแปะ
                 ที่ผิวหนัง ให้ถือหลักอย่างนี้ ถ้าไม่ส ารวม หรือหลงไปทดลองจะเป็นเพราะเพอนชักชวน หรืออยาก
                                                                                     ื่
                 ลองเองก็ตาม เมื่อเสพยาเสพติดให้โทษแล้วจะติด เมื่อติดแล้วจะเลิกยาก ทางที่ดีจึงควรละเว้นไม่เสพ
                 ไม่ลอง
   2177   2178   2179   2180   2181   2182   2183   2184   2185   2186   2187