Page 2186 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2186

๒๑๖๘






                                                                                ื่
                 เป็นที่สนใจของคนอื่น แต่เมื่อมีอะไรมาขัดใจก็จะคิดว่าไม่ปกติ ไม่ใช่เพอน ไม่ยอมรับ เพราะเขาไม่
                                               ื่
                 เห็นด้วยกับเรา จึงคิดเลยเถิดว่าเพอนไม่รักเรา ไม่เข้าใจเรา ไม่เข้าข้างเรา ฉะนั้น ตัวเราต้องสร้างสติ
                            ื่
                 ในตัวเรา เพอจะแสดงออกในสิ่งที่ดีงาม อันนี้คือมิตรแท้ของตัวเรา แต่ถ้าเราแสดงออกในสิ่งที่ไม่ดี ก็
                 หมายความว่าเราอาจจะเชื่อกิเลส เจอมิตรเทียมในใจเรา เพื่อนที่เป็นตัวคนไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา
                 ไม่ว่าจะเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียม แต่สิ่งที่จะอยู่กับเราตลอดเวลาและเป็นมิตรแท้กับเราจริง ๆ คือ

                                                                    ื่
                 สติของเราเอง สติเป็นมิตรแท้ จะคอยเตือนเราเหมือนมีเพอนคอยกระซิบอยู่ในใจว่าดีหรือไม่ดี อันนี้
                 ผิดศีล ไม่ดี ต้องไม่ท า อันนี้ดีท าได้ ท าต่อไป ถ้าฝึกสติให้มีก าลัง สติจะดึงเราไปในทางที่ดี คนเสพยาเสพ

                                                                                        ุ
                 ติดให้โทษย่อมขาดสติ เพราะไม่มีมิตรแท้มาดึงฉุดรั้งการท าทุจริตกรรม พระพทธศาสนาจึงสอน
                 เน้นหนักในเรื่องของการสอนให้คนมีสติ สติจะท าให้เด็กและเยาวชนสามารถวิเคราะห์แยกแยะ

                 จัดล าดับความเหมาะสมในการคบหาคนได้ว่าจะคบมิตรเช่นไร จนกระทั่งพบว่าตัวเราเป็นมิตรของตัว
                 เรา สติก็เป็นมิตรของตัวเรา ท าให้ตัวเราไม่ประมาท ไม่พาตัวเราไปสู่อบาย ไม่ท าให้เราไปเสพยาเสพ

                 ติดให้โทษ

                  ๓. หลักพุทธปรัชญาว่าด้วยความด  ี


                                                  ั
                               ๓.๑ หลักหิริโอตตปปะ หิริ คือ ความละอาย ละอายใจต่อการท าความชั่ว
                 โอตตัปปะ คือ ความกลัวบาป เกรงกลัวต่อความชั่ว เป็นคตินิยมในพระพทธศาสนาที่ฝังแน่นจนเป็น
                                                                                 ุ
                 “ราก” และ “ฐาน” ทางจิตใจที่ส าคัญ หิริโอตตัปปะต้องมีการฝึกฝน ดังหลักธรรมที่ว่า

                                      ภิกษุทั้งหลาย เมื่อสติสัมปชัญญะ มีอยู่, หิริและโอตตัปปะของผู้มี
                        สติสัมปชัญญะอันถึงพร้อมแล้ว ก็เป็นหิริโอตตัปปะถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;

                                      เมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่, อินทรียสังวรของผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยหิริ

                        และโอตตัปปะ ก็เป็นอินทรีย์สังวรถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;

                                      เมื่ออินทรียสังวรมีอยู่, สีลของผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยอินทรียสังวร ก็เป็น

                        สีลถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;
                                      เมื่อสีลมีอยู่, สัมมาสมาธิของผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยสีล ก็เป็นสัมมาสมาธิ

                        ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;

                                      เมื่อสัมมาสมาธิมีอยู่, ยถาภูตญาณทัสสนะของผู้ถึงพร้อมแล้วด้วย
                        สัมมาสมาธิ ก็เป็นยถาภูตญาณทัสสนะถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;

                                      เมื่อยถาภูตญาณทัสสนะมีอยู่, นิพพทา วิราคะ ของผู้ถึงพร้อมแล้ว
                                                                      ิ
                        ด้วยยถาภูตญาณทัสสนะ ก็เป็นนิพพิทาวิราคะถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย;
   2181   2182   2183   2184   2185   2186   2187   2188   2189   2190   2191