Page 2188 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2188

๒๑๗๐






                 ถูกต้องเป็นกุศล ไม่ท าสิ่งที่เป็นอกุศล การฝึกจิตใจของเด็กและเยาวชนให้มีหิริโอตตัปปะ มีความ

                 ละอายและความกลัวต่อบาป จึงมีความส าคัญต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษของ
                 เด็กและเยาวชน เพราะจะท าให้เด็กและเยาวชนกล้าท าสิ่งที่เป็นกุศล ละอาย เกรงกลัว ไม่กล้าท า

                 สิ่งที่เป็นอกุศล เมื่อถึงขั้นที่เด็กและเยาวชนมีหิริโอตตัปปะเป็นอุปนิสัยแล้ว เด็กและเยาวชนจะรู้ได้
                 ด้วยตนเองว่าการเสพยาเสพติดให้โทษเป็นบาป เป็นอกุศล ถ้ามีคนมาชักจูงพาไปเสพยาเสพติด

                                                                    ั
                                                              ี
                 ให้โทษ เด็กและเยาวชนจะปฏิเสธไม่ไป แม้จะอยู่เพยงล าพงคนเดียว ไม่มีคนเห็น เด็กและเยาวชนก็
                 จะไม่เสพยาเสพติดให้โทษ ไม่ข้องแวะกับยาเสพติดให้โทษ เพราะเชื่อว่าเป็นการท าบาปเป็นอกุศล

                                                   ๒๔
                               ๓.๒ หลักอบายมุข ๖  แปลว่า ปากทางแห่งความเสื่อมความฉิบหาย ได้แก่ ๑ ดื่ม
                 สุราเมรัยและของมึนเมา ๒ เที่ยวกลางคืน ๓ เที่ยวดูการละเล่น ๔ เล่นการพนัน ๕ คบคนชั่วเป็นมิตร

                 และ ๖ เกียจคร้านการท างาน โดยเฉพาะดื่มน้ าเมา ดังบาลีว่า “สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฎฐานานุโยโค
                                                ฺ
                             ฺ

                 โข คหปตปฺตต โภคาน อปายมุขนต” แปลว่า ดูก่อนคฤหบดีบุตร การตามประกอบการดื่มน้ าเมา
                                                  ิ
                          ิ
                 คือ สุราและเมรัยซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นทางเสื่อมแห่งโภคะทั้งหลาย หมายความว่า
                 การดื่มสุราเมรัยและของมึนเมา จะท าให้ผู้ดื่มมีอาการมึนเมา และให้โทษต่อร่างกาย เช่น เหล้า เบียร์
                 ไวน์ วิสกี้ รวมถึงการเสพยาเสพติดให้โทษด้วย ดื่มก็หมายถึง การท าให้ซึมทราบเข้าไปในร่างกาย
                 ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม รวมถึงการเสพยาเสพติดให้โทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะดื่มกิน ฉีดเข้าเส้น

                 เลือด สูดดมควัน หรือแปะที่ผิวหนัง ซึ่งเป็นเหตุเป็นปัจจัยสู่ทางแห่งความเสื่อม ผู้ใดก็ตามเมื่อเข้าไป
                 ลองเข้าไปเสพแล้ว ถ้าไม่ยอมละเลิกเสีย จะต้องถึงความพนาศย่อยยับ หรือเสื่อมโทรมไปในที่สุด
                                                                     ิ
                 การเสพยาเสพติดให้โทษทุกชนิดจึงเป็นทางแห่งความเสื่อม เป็นที่ตั้งของความประมาท


                               ในที่นี้จะขอกล่าวถึง มัชชะ ที่หมายถึงน้ าเมาที่ดื่มเข้าไปแล้วเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
                 ๑๐ อย่าง คือ สุรา ๕ อย่าง เมรัย ๕ อย่าง ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวิภังค์แห่งสุราปานสิกขาบทว่า สุรา

                 มี ๕ ชนิด คือ ๑) สุราที่ท าด้วยแป้ง ๒) สุราที่ท าด้วยขนม ๓) สุราที่ท าด้วยข้าวสุก ๔) สุราที่ใส่เชื้อ
                 ๕) สุราที่ปรุงด้วยเครื่องปรุงมีมะขามป้อม เป็นต้น เมรัย มี ๕ ชนิด คือ ๑) น้ าหมักดองด้วยดอกไม้

                 ๒) น้ าหมักดองด้วยผลไม้ ๓) น้ าหมักดองด้วยผลจันทร์ ๔) น้ าหมักดองด้วยน้ าอ้อย ๕) น้ าหมักดอง
                                                   ๒๕
                 ด้วยรสแห่งสมอและมะขามป้อม เป็นต้น
                               การดื่มสุรา เมรัย และเสพยาเสพติดให้โทษ เป็นการบ่อนท าลายศีลธรรมอันดีงาม

                 โดยไม่ยั้งคิด เพราะผู้ดื่มผู้เสพจนเมามายแล้วจะต้องประมาท หลงลืมตัว ไร้ความส านึกผิดชอบชั่วดี
                 เป็นเหตุให้กิเลสก าเริบ ชักพาท าให้ท าความชั่วประการต่าง ๆ คือยั่วยุให้ลุ่มหลงเกิดขึ้นในใจจนไม่มี

                 สติคอยยับยั้ง ท าให้เกิดความโลภ ท าให้เกิดความหลง และเป็นทางให้เกิดความโกรธ เมื่อความโลภ






                        ๒๔  ที.ปา. ๑๑/๑๗๘-๑๘๔/๑๙๖-๑๙๘.

                        ๒๕  วินย. ๒/๕๗๖-๕๗๗/๕๐๘.
   2183   2184   2185   2186   2187   2188   2189   2190   2191   2192   2193