Page 2177 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2177

๒๑๕๙






                                                                  ื่
                 น าไปสู่การปฏิบัติให้เป็นจริงขึ้นในชีวิตโดยถูกต้อง เพอแก้ไขปัญหาชีวิต เมื่อมีความรู้แล้วท าให้
                 ความทุกข์น้อยลง จนถึงการดับทุกข์ ไม่มีทุกข์เหลืออยู่

                 ยาเสพติดให้โทษในทางพระพุทธศาสนา


                                                                                                  ุ
                               การบัญญัติพระวินัยห้ามพระภิกษุดื่มสุรา มีขึ้นในสมัยพทธกาล พระพทธเจ้า
                                                                                    ุ
                 พร้อมพระภิกษุสงฆ์ มีพระสาคตะด้วยจาริกไปที่เมืองภัททวติกานิคม เสด็จไปท่าอัมพะ ซึ่งมีนาค
                 (งูใหญ่) ชื่ออัมพติฏฐกนาค มีพิษร้ายแรง ซึ่งชาวบ้านเกรงกลัว พระสาคตะแสดงฤทธิ์ปราบนาคส าเร็จ

                                                                        ุ
                 ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองโกสัมพ ฝูงชนท าการต้อนรับพระพทธเจ้าแล้วไปไหว้พระสาคตะ พร้อม
                                                ี
                 กับปวารณาว่า “ถ้าพระเถระต้องการอะไรที่หาได้ยาก จงบอก จะจัดถวาย” มีภิกษุหัวดื้อฉัพพคคีย์
                                                                                                    ั
                 บอกฝูงชนว่า “โยม สุราสีแดงดุจเท้านกพิราบสิ บรรพชิตหาได้ยาก และเป็นของชอบใจของพระสาคตะ
                 ด้วย” ชาวเมืองจึงพากันจัดเตรียมสุราสีแดงดุจเท้านกพิราบไว้ถวายพระสาคตะทุกเรือน พระสาคตะ

                                                                             ุ
                                                                ้
                 ดื่มสุราแล้วเมา เดินไปล้มลงที่ประตูเมืองนอนบ่นพร่ าเพออยู่ เมื่อพระพทธเจ้าเสด็จกลับ พบพระสาคตะ
                 นอนอยู่เช่นนั้น จึงรับสั่งให้ประคองพระสาคตะนอนหันศีรษะไปทางพระบาทของพระองค์ พระสาค
                 ตะกลับนอนเหยียดเท้าไปทางพระพกตร์ของพระพทธเจ้า พระองค์จึงทรงตรัสโทษของการดื่มสุราว่า
                                                ั
                                                             ุ
                 “พระสาคตะเคยเคารพในเรา บัดนี้ไม่มีแล้ว เคยเป็นผู้มีความสามารถปราบพญานาคได้ บัดนี้ไม่มีแรง
                 ที่จะปราบแม้กระทั่งงูปลา ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่ดื่มแล้วปราศจากความจ าได้หมายรู้ สิ่งนั้นภิกษุไม่

                 ควรดื่ม” แล้วทรงบัญญัติพระวินัยห้ามดื่มสุราและเมรัยในสิกขาบท ความว่า “ห้ามภิกษุดื่มสุรา
                 (น้ าเมาอันเกิดจากการต้มกลั่น) และเมรัย (น้ าเมาอันเกิดจากการหมักดอง) ทรงปรับอาบัติปาจิตตีย์

                                    ๑๐
                                                                                                  ุ
                 แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด”  แม้ในพระวินัยไม่มีข้อห้ามเสพยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากในสมัยพทธกาล
                                                             ๑๑
                 ไม่มียาเสพติดให้โทษ แต่เมื่อน าหลักมหาปเทส ๔  (หลักใหญ่ส าหรับอ้างเพอสอบสวนเทียงเคียง)
                                                                                     ื่
                 มาเทียบเคียงแล้ว สิ่งใดไม่ได้ทรงห้ามไว้ว่าไม่ควร แต่เข้ากับสิ่งที่ไม่ควร (อกัปปิยะ) ขัดกับสิ่งที่ควร
                 (กัปปิยะ) สิ่งนั้นไม่ควร ก็จะเข้าข่ายผิดวินัยดังกล่าว เนื่องจากยาเสพติดให้โทษท าให้ผู้เสพมึนเมา

                 ไร้สติ ก่อกรรมท าผิดหลายประการ ตั้งแต่ฆ่าคน ลักทรัพย์ พดโกหก และผิดลูกเมียของผู้อื่น ใน
                                                                        ู
                 ท านองเดียวกับการดื่มสุราและเมรัย

                                                                                        ๑๒
                               ยาเสพติดให้โทษในพระพทธศาสนา บัญญัติไว้ในหลักธรรมศีล ๕  ข้อที่ ๕ ดังบาลี
                                                      ุ
                 ว่า “สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี” หมายถึง มีเจตนางดเว้นจากการดื่มสุรา เมรัย และของ
                 มึนเมาอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ค าว่า “มัชชะ” หมายถึงของมึนเมา เนื่องจากยาเสพติดให้

                 โทษท าให้ผู้เสพมึนเมา และเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ขาดสติ น าไปสู่การก่อกรรมท าความผิดอื่น







                        ๑๐  วินย. ๒/๕๗๕/๕๐๕-๕๐๘.
                        ๑๑  ที.ม. ๑๐/๑๑๓-๑๑๖/๑๒๑-๑๒๓.

                        ๑๒  ที.ปา. ๑๑/๒๘๖/๒๒๖.
   2172   2173   2174   2175   2176   2177   2178   2179   2180   2181   2182