Page 2277 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2277
๒๒๕๙
ื
ประโยชน์อ่นใดจากหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกในประการที่อาจท าให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที ่
ของศาลยุติธรรม เว้นแต่จะเป็นการด าเนินการตามระเบียบ ค าสั่ง หรือมติว่าด้วยการนั้น
๓๕
่
ั
(๒๓) ผู้พพากษาต้องไมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใดๆ จากคู่ความหรือจากบุคคลอนใดอน
ิ
ื่
ื
๓๖
เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา รวมทั้งต้องไม่รับของขวัญของก านัล หรือประโยชน์อ่นใด
อนมีมูลค่าเกินกว่าที่พึงให้กันตามอัธยาศัยและประเพณีในสังคม
ั
๓๗
้
(๒๔) ผู้พพากษาต้องละเวนการคบหาสมาคมกับคู่ความหรือบุคคลอน ซึ่งมีส่วนได้เสียหรือ
ิ
ื่
ผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคดีความ หรือบุคคลซึ่งมีความประพฤติหรือมีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจจะ
กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรมของผู้พพากษา
ิ
๓๘
จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ข้อพึงปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการมี
ความละเอียดและเป็นรูปธรรมมากกว่าบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
ศาลยุติธรรม พ.ศ.๒๕๔๓ แต่มีบางข้อบางส่วนที่เหมือนกัน จึงสามารถน ามาเรียบเรียงให้เป็นข้อรายการ
ื
เพ่อความสะดวกในการประเมิน โดยแบ่งออกได้เป็น ๒ ด้าน ได้แก่ ด้านบุคลิกภาพ ความประพฤติ และ
การด ารงตนโดยทั่วไปและด้านการปฏิบัติงานพิจารณาพิพากษาคดี ดังมีรายละเอียดตามตารางที่ ๑ ซึ่งจะได้
กล่าวถึงต่อไป
ิ
ความหมาย ความเป็นมา และหลักการประเมนของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง
การประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่ง (multisource assessment) หมายถึง การประเมิน
เพ่อการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบหนึ่งที่อาศัยข้อมูลย้อนกลับหรือป้อนกลับจากผู้ให้ข้อมูลมากกว่าหนึ่งแหล่ง
ื
โดยมีเป้าหมายเพ่อใช้เป็นแนวทางในการเรียนรู้และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน ส่วนข้อมูล
ื
๓๙
๓๕ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๓๙/๑.
๓๖ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๔๑.
๓๗ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๔๒.
๓๘ ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ ๔๓.
:
)
.
๓๙ Sargeant, J et al. (2007 . Challenges in multisource feedback intended and unintended
outcomes. Medical Education 41, pp.583-591. อ้างถึงใน นิลวิศาล เฮงสมบูรณ์, “การพัฒนาระบบการประเมินเพื่อปรับปรุง
การฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกของคณะกายภาพบาบัด โดยใชแนวคิดการให้ข้อมูลย้อนกลับจากหลายแหล่ง,” (วทยานิพนธ์ปริญญา
้
ิ
ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา, ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา, คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๙), หน้า ๔๖.

