Page 2287 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2287
๒๒๖๙
ต าแหน่งต่ ากว่ามาเป็นผู้ประเมิน ทั้งอาจยังไม่พร้อมที่จะยอมรับวิธีการประเมินรูปแบบใหม่และรับฟัง
ื
ข้อวิจารณ์ของผู้อ่นเพ่อน าไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง ประกอบกับด้วยกรอบคิด (mindset) และ
ื
วัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความเคารพต่อผู้มีต าแหน่งอาวุโสสูงกว่า อาจเป็นการยากที่ผู้พิพากษาหรือเจ้าหน้าที่
ธุรการในศาลจะกล้าประเมินหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่สงวนท่าที แต่หากโครงการน าร่องได้รับการ
ยอมรับมากขึ้นและเกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป ตลอดจนมีการ
ด าเนินโครงการอย่างต่อเนื่องจนเกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้โดยใช้การประเมินเป็นเครื่องมือชี้แนะแนวทาง
ิ
แล้ว อาจจะมีการขยายการน าไปใช้ โดยใช้ในการประเมินอธิบดีผู้พพากษาศาลชั้นต้น ผู้พพากษาหัวหน้าศาล
ิ
ิ
ิ
ผู้พพากษาที่ท างานด้านวิชาการ รวมทั้งเลขานุการศาล หรือผู้พพากษาในต าแหน่งอนที่สูงขึ้นไปได้
ื่
๓. ส าหรับรายการประเมินนั้น ผู้เขียนเสนอให้ใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย
ตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ และประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการเป็นกรอบส าหรับการประเมิน
โดยใช้แบบสอบถาม (questionnaire) ซึ่งไม่ใส่ชื่อผู้ประเมินและตั้งค าถามเพ่อให้ได้ค าตอบที่สะท้อนถึง
ื
มุมมองของผู้ท าการประเมินต่อผู้พพากษาที่รับการประเมินตามข้อรายการประเมนที่เป็นมาตรประมาณ
ิ
ิ
ค่า (rating scale) โดยอาจใช้มาตรประมาณค่า ๕ ระดับ (ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ควรปรับปรุง)
และในแต่ละข้อรายการให้มีค าถามปลายเปิดส าหรับให้ผู้ประเมินให้ข้อมูลเพ่มเติมหรือข้อเสนอแนะที ่
ิ
เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาผู้รับการประเมินด้วย โดยการสร้างและพัฒนาแบบสอบถามนั้น
ผู้เขียนเห็นว่าควรให้นักทรัพยากรบุคคลหรือนักวิจัยเป็นผู้ออกแบบโดยว่าจ้างจากภายนอก หรืออาจให้
เจ้าหน้าที่ของศาลที่มีความรู้เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นผู้ออกแบบแบบสอบถามโดยขอ
ื
ค าแนะน าจากนักวิชาการเพ่อให้มีมาตรฐานเหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งนี้ เนื่องจากการใช้มาตรประมาณ
ค่าในการตอบแบบสอบถามดังกล่าว ผู้ประเมินแต่ละคนอาจมีมาตรฐานหรือเกณฑ์การให้คะแนนที่แตกต่าง
์
กัน (subjectivity) แม้อยู่ในระดับคะแนนเดียวกันก็ตาม จึงควรมีการก าหนดเกณฑการให้คะแนนที่ชัดเจน
ื
(scoring rubrics) เพ่อให้มีความเป็นปรนัย (objectivity) มากขึ้น ซึ่งจะท าให้ผู้ประเมินเข้าใจพฤติกรรม
ที่สะท้อนถึงข้อรายการประเมินได้ตรงกัน
ิ
ิ
๔. การก าหนดผู้ประเมนที่ตอบแบบสอบถามในแต่ละข้อรายการประเมิน ต้องพจารณาจากหน้าที่
และความสัมพันธ์เกี่ยวข้องใกล้ชิดของผู้ประเมินกับข้อรายการประเมิน โดยสามารถแบ่งข้อรายการประเมิน
ออกได้เป็น ๒ ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ ด้านบุคลิกภาพและความประพฤติทั่วไปและด้านการด ารงตนและ
ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ดังสรุปได้ตามตารางที่ ๑ โดยระยะเริ่มต้นของการทดลอง
ใช้อาจเลือกผู้ประเมินจากเพียงบางแหล่งก่อน ส่วนจ านวนคนที่จะท าการประเมินในแต่ละแหล่ง ไม่จ าต้อง
มีจ านวนที่เท่ากันและสามารถเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างหรือคัดเลือกอย่างเจาะจงโดยมีเกณฑ์ในการ
คัดเลือกที่เป็นระบบก็ได้

