Page 2286 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2286
๒๒๖๘
ิ
แนวทางและข้อเสนอแนะในการน าการประเมนของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่งมาใช้ในศาลไทย
ปัจจุบันส านักงานศาลยุติธรรมก าหนดให้มีการประเมินผู้พิพากษาโดยใช้แบบประเมินบุคคล
และรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการประจ าปี ซึ่งแม้ในแบบประเมินมีรายกา ร
ประเมินครอบคลุมทั้งในเรื่องความรู้ความสามารถของผู้พิพากษาและการด ารงตนตามประมวล
จริยธรรมข้าราชการตุลาการด้วยก็ตาม แต่มีการน าการประเมินไปใช้ประกอบการพิจารณาโยกย้าย
แต่งตั้งหรือเลื่อนต าแหน่ง เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจ าต าแหน่งของผู้พพากษา ซึ่งโดยหลักแล้ว
ิ
ผู้พิพากษาผู้รับการประเมินจะไม่ทราบผลการประเมินของตนเอง ทั้งรายการประเมินตามแบบ
ประเมินดังกล่าวเป็นการประเมินในภาพรวม ไม่ได้ลงในรายละเอียดในลักษณะที่เหมาะส ม แก่การ
ั
ื่
น าไปใช้ประโยชน์เพอการพฒนาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้พพากษาได้ นอกจากนี้ ผู้ท าการประเมิน
ิ
ตามแบบประเมินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังคงจ ากัดแต่เฉพาะอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น หรือผู้พิพากษา
หัวหน้าศาลโดยความเห็นชอบของอธิบดีผู้พิพากษาภาคแล้วแต่กรณีเท่านั้น ข้อมูลที่ได้รับจึงมาจาก
มุมมองของบุคคลที่มีสถานะเหนือกว่าผู้ถูกประเมินเพียงแหล่งเดียว ผู้เขียนเห็นว่าหากมีการประเมิน
ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ก็จะท าให้ได้รับข้อมูลที่รอบด้านและเที่ยงตรง
ิ
เพราะผู้ประเมินสัมผัสกับการท างานและการวางตนของผู้พพากษานั้นอย่างใกล้ชิดในแต่ละข้อรายการ
ิ
ที่ต้องประเมิน แต่ด้วยศาลยุติธรรมไม่เคยมีการประเมินผู้พพากษาในรูปแบบนี้มาก่อน ในส่วนนี้ผู้เขียน
จึงเสนอแนวทางในการน าการประเมินของผู้เกี่ยวข้องหลายแหล่งมาปรับใช้ในศาลไทย ดังนี้
๑. เสนอให้น าการประเมินโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายแหล่ง (multisource assessment) มาใช้
ในการประเมินผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ควบคู่ไปกับการประเมินผลการปฏิบัติงานตามแบบการประเมิน
บุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อเสริมสร้างจริยธรรม
ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการด ารงตนของผู้พิพากษา ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาเลื่อนชั้น
ต าแหน่งหรือขึ้นเงินเดือนและเงินประจ าต าแหน่งของผู้พิพากษาที่พิจารณาโดยใช้แบบประเมินเดิม
๒. ในระยะเริ่มต้นควรด าเนินการในลักษณะเป็นโครงการน าร่องที่ทดลองใช้ในศาลที่มีความพร้อม
และตามความสมัครใจของผู้พิพากษา และใช้กับเฉพาะผู้พิพากษาที่มีหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคด ี
โดยตรงก่อน เนื่องจากผู้พพากษาที่ท าหน้าที่ดังกล่าว ถือเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจหลักของศาลยุติธรรมและต้อง
ิ
ท างานร่วมกับหลายฝ่าย อันมีผลต่อภาพลักษณ์ของศาลยุติธรรมดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ส่วนอธิบดีผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้นและผู้พิพากษาหัวหน้าศาล แม้จะปฏิบัติงานในศาลชั้นต้นและต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคล
หลายฝ่ายเช่นกันก็ตาม แต่ด้วยบทบาทความเป็นผู้น าของหน่วยงาน และเป็นผู้ที่รับราชการมานานโดย
ไม่เคยถูกประเมินจากบุคคลอ่นนอกจากเหนือจากผู้ที่มีต าแหน่งอาวุโสกว่า ย่อมไม่คุ้นชินที่จะให้ผู้ที่มี
ื

