Page 2354 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2354

๑๑


                            ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ เปรียบเสมือนกฎหมายที่ใช้ควบคุมความประพฤติของตุลาการ

                 โดยเฉพาะตุลาการศาลยุติธรรม แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ การดำรงตน
                 ในชีวิตส่วนตัวของผู้พิพากษานั้นมีสถานะทั้งการเป็นผู้พิพากษาในฐานะส่วนตัว และการเป็นผู้พิพากษาที่
                 เป็นตัวแทนของสถาบันศาล การประพฤติปฏิบัติตนทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการนั้นพึงยอมรับ

                                                                     ื่
                 ว่าตนจะต้องแบกรับภาระของความคาดหวังมากกว่าวิชาชีพอน เนื่องจากความศรัทธาและความไว้ใจที่
                 ประชาชนมีต่อวิชาชีพผู้พิพากษาและสถาบันศาลว่าจะเป็นที่พง   หากสังคมใดที่ประชาชนขาดความ
                                                                       ึ่
                 เชื่อมั่นต่อสถาบันศาล ความศรัทธาต่อบทบัญญัติของกฎหมายก็จะลดลง และศาลก็จะไม่ใช่สถาบันที่
                 สามารถระงับข้อพิพาทของสาธารณชนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนั้นสาธารณชนก็จะ
                 ขาดซึ่งความเคารพและอาจละเมิดกฎหมายได้ ดังนั้นการรักษาไว้ซึ่งหลักความเป็นกลางและความเป็น

                 อิสระของศาลจึงมีความสำคัญ  ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการได้บัญญัติไว้ซึ่งหลักการทางจริยธรรม
                                                                         ิ
                 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบของมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้พพากษา   เป็นประมวลความประพฤติ
                 ที่ผู้พิพากษาจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียงในทางที่ดีเพื่อให้การ
                 ทำงานหรือการประกอบอาชีพเป็นไปอย่างถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองของ
                                                                                                      ่
                 ผู้พิพากษาและสถาบันศาลยุติธรรม อีกประการหนึ่งประมวลจริยธรรมของตุลาการถือเป็นเครื่องมือหนึงที่
                 ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา และการดำรงตนในฐานะส่วนตัวว่า
                 ผู้พิพากษาได้ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ เป็นการแสดงออกถึง

                 ความบริสุทธิ์และโปร่งใสของผู้พิพากษาและสถาบันศาลซึ่งถือเป็นเรืองที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก
                 สถาบันศาลยุติธรรมถือเป็นองค์กรซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นองค์กรที่มีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิ
                 เสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้  ประมวลจริยธรรมข้าราชการ

                 ตุลาการ มีค่าบังคับในทางวินัย หากผู้พิพากษาไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม อาจถูกลงโทษทางวินัย
                 ทั้งนี้ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๒ บัญญัติไว้ว่า

                 “ข้าราชการตุลาการต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและ
                 จริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่คณะกรรมการตุลาการกำหนด”  ผู้พิพากษาจึงต้องยึดถือและปฏิบัติ
                 ตามบทบัญญัติในประมวลจริยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันผู้พิพากษามีสถานะที่ได้รับ

                 การยอมรับและยกย่องจากสังคมทั่วไปว่าเป็นผู้ทรงภูมิรู้ในทางกฎหมาย
                            จากความสำคัญของหลักการข้างต้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายได้กำหนดบทบาทของผู้พิพากษา

                 หัวหน้าศาลไว้หลายประการ นอกจากหน้าที่บริหารกิจการภายในศาล  ศาลซึ่งเป็นหน่ายงานราชการและ
                 ถือได้ว่าศาลเป็นศูนย์กลางของกระบวนการยุติธรรม  หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย ไม่ว่า

                 พนักงานอัยการ เจ้าพนักงานตำรวจ เจ้าพนักงานคุมประพฤติ เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
                 หรือทนายความ การทำงานของศาลล้วนแล้วต้องต้องติดต่อและทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  การ
                 ทำงานร่วมกันของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม  ย่อมเกิดอุปสรรคข้อขัดข้องในการทำงาน  ผู้

                 พิพากษาหัวหน้าศาลซึ่งเป็นผู้บริหารของศาลย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องประสานความร่วมมือกับองค์กร
                 ต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้งานหรือการบริหารงานราบรื่นแม้ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ต้อง

                 ประสานงาน นอกจากนั้นแล้วกฎหมายยังบัญญัติให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมีหน้าที่ประสานงานกับฝ่าย
                 ปกครองในงานด้านธุรการของศาลอีกด้วย  ในความเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนอกจากมีอำนาจหน้าที่ใน

                                                                                                       ื่
                 การพิจารณาพิพากษาคดีแล้วยังมีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานอื่น  การประสานงานกับหน่วยงานอน
   2349   2350   2351   2352   2353   2354   2355   2356   2357   2358   2359