Page 1302 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1302
๑๒๙๐
๓
๒
ผู้กระท าความผิดว่าเป็นอาชญากร โดยนักวิชาการต่างประเทศคือ Sceldon and Glueck E ได้กล่าวว่า
เด็กคนใดก็ตาม แม้ว่าจะกระท าความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพยงครั้งเดียวก็เข้าลักษณะเด็กที่กระท าความผิด
ี
แต่ไม่ถือว่าเป็นเด็กเกเร โดยให้ความหมายว่า เด็กเกเรจะต้องเป็นเด็กที่กระท าความผิดอย่างเดียวกัน
หลายๆ ครั้ง เพราะการที่เด็กกระท าความผิดเพยงครั้งเดียวหรือสองครั้งอาจเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมยั่วใจ
ี
เมื่อเติบโตขึ้นอาจจะเลิกราไป โดยนักจิตวิทยาและนักอาชญาวิทยาได้ท าการศึกษาสาเหตุของการกระท า
ความผิดของเด็กและเยาวชนในประเทศไทยพบว่า เด็กและเยาวชนที่กระท าความผิดมักเกิดจากความ
บกพร่องทางร่างกาย หรือจิตใจประกอบกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ยั่วยุส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรม ที่เบี่ยงเบนไป
ตามทฤษฎีอาชญาวิทยาซึ่งเชื่อกันว่ากระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนไหนถือว่าเป็น
กระบวนการตราบาปให้กับผู้กระท าผิดว่าเป็นอาชญากรทั้งสิ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการจับกุม และเมื่อเข้ามาถึง
ศาลมากเท่าไหร่ ผู้กระท าผิดจะถูกตราบาปมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ตามปรัชญาในการด าเนินคดีกับเด็กและ
เยาวชนที่กระท าผิด มุ่งเน้นในการแก้ไขฟนฟให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีเพราะถือว่าเด็กเป็นเพยงผู้กระท าผิด
ี
ู
ื้
ไม่ใช่อาชญากร แนวความคิดเกี่ยวกับเด็กดังกล่าวได้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่า เด็กและเยาวชน
๔
มีโอกาสในการกระท าผิดหรือถูกชักจูงให้กระท าผิดได้ง่ายด้วยเหตุเหล่านี้นานาอารยะประเทศจึงเห็นว่าเด็ก
และเยาวชนเหล่านั้นยังสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรืออบรมบ่มนิสัยให้กับตนเป็นคนดีได้โดย
ไม่ยาก ตลอดจนลดปัญหาความขัดแย้งทางครอบครัวและปัญหาเด็กและเยาวชนจะเกิดกับครอบครัว
ไม่ปกติสุข ดังนั้น การมองเด็กที่กระท าผิดจ าเป็นต้องมองไปในลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนว่าการที่
เด็กเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระท าผิดกฎหมายอาญานั้น เพราะเด็กเหล่านั้นอาจได้รับผลกระทบจากการ
กระท าของสังคมที่ปฏิบัติต่อเด็กอย่างไม่เหมาะสม การกระท าของเด็กที่แสดงออกมาจึงถูกมองว่าเป็น
สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่บ่งบอกให้เห็นปัญหาสภาพแวดล้อมภายในสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ จึงควรมีการ
แยกกระบวนการยุติธรรมทางอาญาส าหรับเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาส าหรับผู้ใหญ่ โดยมี
วัตถุประสงค์มุ่งไปทางสงเคราะห์ บ าบัด แก้ไขฟนฟเด็กและเยาวชนมากกว่าลงโทษทางอาญาแก่เด็กและ
ื้
ู
ิ
เยาวชนเหล่านั้น โดยให้ศาลเยาวชนและครอบครัวด าเนินกระบวนพจารณาเป็นพิเศษ แตกต่างจากศาลที่มี
อานาจพจารณาพพากษาคดีธรรมดา มาตรการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการด าเนินการให้บรรลุถึง
ิ
ิ
จุดมุ่งหมายดังกล่าวคือ การผลักดันเด็กที่กระท าความผิดออกจากกระบวนการยุติธรรมทางศาล
ื่
เพอป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนผู้กระท าความผิดได้รับผลกระทบทจากกระบวนการยุติธรรม หรือมี
ั
ประวัติว่าถูกศาลพพากษาว่ากระท าผิด โดยในประเทศสหรัฐอเมริกามีการพฒนากระบวนการพิจารณาคดี
ิ
๒ อรอุมา วชรประดิษฐพร. (๒๕๖๔). สาเหตุการกระท าความผิดของเด็กและเยาวชนกับมาตรการแก้ไขในเชงรุก
ิ
ิ
(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://library.coj.go.th/th/media/43258/media-43258.html. (วันที่ค้นข้อมูล : ๒๕๖๔,
๒๑ กรกฎาคม).
๓ สุรีย์ กาญจนวงศ์. (๒๕๖๔). การศึกษาปัญหาทีเป็นสาเหตุการกระท าความผิดของเด็กและเยาวชน. (ออนไลน์).
เข้าถึงได้จาก : http://dspace.spu.ac.th/bitstream. (วันที่ค้นข้อมูล : ๒๕๖๔, ๒๒ กรกฎาคม).
๔ อรัญ สุวรรณบุปผา. (๒๕๖๔) หลักอาชญาวิทยา.(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://dl.parliament.go.th/
handle/lirt. (วันที่ค้นข้อมูล : ๒๕๖๔, ๒๒ กรกฎาคม).

