Page 1307 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1307
๑๒๙๕
ห้ามมิให้จับกุมเด็กซึ่งต้องหาว่ากระท าผิด เว้นแต่เด็กนั้นกระท าผิดซึ่งหน้า หากจะควบคุมตัวเด็กหรือ
เยาวชนห้ามมให้ใช้เครื่องพนธนาการ เมื่อพนักงานต ารวจจับกุมตัวเด็กหรือเยาวชน พนักงานสอบสวนต้อง
ั
ิ
ื่
น าตัวเด็กหรือเยาวชนไปศาลเพอตรวจสอบการจับกุมทันที ทั้งนี้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เด็กหรือเยาวชน
มาถึงที่ท าการของพนักงานสอบสวนเพอให้ศาลตรวจสอบว่า เป็นการจับกุมโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ื่
ถ้าเป็นการจับกุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลต้องปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชน หากจับกุมชอบด้วยกฎหมายศาล
อาจมีค าสั่งมอบตัวเด็กหรือเยาวชนให้แก่บิดามารดา ผู้ปกครองบุคคลหรือองค์การซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย
เป็นผู้ดูแลในระหว่างการด าเนินคดี การที่ศาลจะมีค าสั่งควบคุมหรือคุมขังเด็กหรือเยาวชน ศาลค านึงถึงการ
คุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กหรือเยาวชนเป็นส าคัญและศาลจะเลือกเป็นวิธีสุดท้ายซึ่งเป็นไป
ตามมาตรา ๗๔ ซึ่งแตกต่างจากการด าเนินคดีอาญาของผู้ใหญ่ที่มุ่งเน้นการลงโทษ ในการฟองคดีอาญา
้
้
้
ิ
กฎหมายห้ามมิให้ผู้เสียหายฟองคดีเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อานวยการสถานพนิจฯ เมื่อมีการฟอง
เด็กหรือเยาวชนว่ากระท าผิดทางอาญา กรณีเด็กหรือเยาวชนกระท าความผิดในท้องที่ ที่มีถิ่นที่อยู่ปกติ
ิ
หรือกระท าความผิดในท้องที่อน ซึ่งกฎหมายได้ก าหนดให้ศาลในท้องที่ ที่มีถิ่นที่อยู่ปกติเป็นผู้พจารณาคดี
ื่
หลัก เว้นแต่การกระท าความผิดได้เกิดในท้องที่อน และการพจารณาคดีในท้องที่นั้น จะเป็นประโยชน์แก่
ื่
ิ
ิ
ิ
เด็กหรือเยาวชนก็ให้ศาลในเขตท้องที่นั้นรับคดีไว้พจารณา ในการพจารณาและพพากษาคดี ศาล
ิ
ค านึงถึงสวัสดิภาพและอนาคต ของเด็กหรือเยาวชนซึ่งควรจะได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน สงเคราะห์
ื่
ื้
ให้กลับตัวเป็นพลเมืองดี ยิ่งกว่าการลงโทษ เพอต้องการแก้ไข บ าบัด ฟนฟให้เด็กหรือเยาวชนกลับตนเป็น
ู
พลเมืองดี ในการพิจารณาคดีอาญาศาลจะต้องกระท าในห้องที่มิใช่ห้องพิจารณา และต้องพิจารณาเป็นการ
ลับ เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าฟงได้ ซึ่งได้แก่ จ าเลย ที่ปรึกษากฎหมายของจ าเลย
ั
บิดา มารดา ผู้ปกครอง การพิจารณาศาลไม่ต้องด าเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาโดย
เคร่งครัด และให้ใช้ถ้อยค าที่จ าเลยสามารถเข้าใจได้ง่าย กับต้องให้โอกาสจ าเลยรวมทั้งบิดามารดา
ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่จ าเลยอาศัยอยู่ หรือบุคคลที่ให้การศึกษา หรือให้ท าการงาน หรือมีความเกี่ยวข้อง
ด้วย แถลงข้อเท็จจริง ความรู้สึกและความคิดเห็น โดยศาลต้องถือว่า ประวัติ อายุ เพศ ความประพฤติ
สติปัญญา การฝึกอบรม สภาพร่างกาย สภาพจิต นิสัย อาชีพ ฐานะของจ าเลยตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวง
ิ
ิ
เกี่ยวกับจ าเลย และบิดา มารดา เป็นประเด็นที่ต้องน ามาพจารณาด้วย และให้อานาจผู้พพากษาเรียก
จ าเลยไปสอบถาม เพอทราบข้อเท็จจริง และสาเหตุการกระท าความผิด บุคลิกลักษณะ ท่วงที วาจา
ื่
ิ
เพอประโยชน์ในการพจารณาพพากษาคดีได้ นอกจากนี้ยังห้ามมิให้ผู้ใดบันทึกภาพ เสียง ของเด็กหรือ
ื่
ิ
ื่
เยาวชนที่กระท าความผิด ซึ่งปรากฏในทางสอบสวนหรือพจารณาคดีของศาลที่อาจท าให้บุคคลอนรู้จักตัว
ิ
เด็กหรือเยาวชนนั้น สืบเนื่องจากแนวคิดในการด าเนินคดีอาญากับเด็กและเยาวชนต้องค านึงถึงสวัสดิภาพ
และอนาคตของเด็กหรือเยาวชนซึ่งควรจะได้รับการฝึกอบรม สั่งสอน และสังเคราะห์ให้กลับตัวเป็นพลเมือง
ดียิ่งกว่าการที่ถูกลงโทษจึงเป็นที่มาของการหามาตรการทางเลือกอน ๆ มาใช้แทนการด าเนินคดีอาญาโดย
ื่
การหันเหเด็กหรือเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามรูปแบบปกติ เพื่อให้เด็กและเยาวชน
ส านึกในการกระท า มีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ในภายภาคหน้า ในขณะเดียวกันก็
ื้
ให้ค านึงถึงผู้มีส่วนรับผิดชอบได้แก่บิดามารดา ผู้ปกครองเป็นต้นให้เข้ามาอยู่กระบวนการแก้ไขฟนฟเด็ก
ู

