Page 1312 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1312
๑๓๐๐
ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเขตอ านาจศาลเยาวชนและครอบครัวตามพระราชบัญญัติศาล
เยาวชนและครอบครัวและ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๙๕
ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ก าหนดเขตอานาจศาลเยาวชนและครอบครัว
แตกต่างกับเขตอานาจศาลอาญาทั่วไป โดยก าหนดเขตอ านาจศาลไว้ ๒ แห่งกล่าวคือ
๒๐
๑. ศาลแห่งท้องที่ทเด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติ ซึ่งถิ่นที่อยู่ปกติ คือถิ่นที่เด็กหรือเยาวชนอาศัย
ี่
ใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ หรือตามปกติเด็กหรือเยาวชนใช้ชีวิตกินอยู่หลับนอนที่ใด ถือว่าที่นั้นเป็นที่อยู่ปกติของ
เด็กหรือเยาวชน ฉะนั้น ถิ่นที่อยู่ปกติไม่จ าเป็นต้องเป็นแห่งเดียวกับภูมิล าเนาตามทะเบียนบ้าน เช่นจ าเลย
เป็นเยาวชนย้ายจากจังหวัดชุมพรมาอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้ ถิ่นที่อยู่ปกติจึงอยู่ในเขตอานาจของ
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม้ทะเบียนบ้านเยาวชนอยู่จังหวัดชุมพร แต่จังหวัด
้
ชุมพรไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ปกติ โจทก์ฟองจ าเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชอบแล้ว
(เทียบฎีกาที่ ๑๓๒๘/๒๕๒๓) และฎีกาที่ ๙๐๓/๒๕๒๓ ศาลฎีกาก็วินิจฉัยไว้ท านองเดียวกัน แต่ถิ่นที่อยู่
ิ
ปกติของเด็กไม่รวมถึงสถานที่ควบคุมตัวเด็กหรือเยาวชน เช่นสถานพนิจ ศูนย์ฝึกและอบรม สถานฝึกและ
ี
อบรม หรือเรือนจ า แม้คดีจะถึงที่สุดแล้วก็ตาม เป็นได้เพยงภูมิล าเนาตามประมวลกฎหมายแพงและ
่
๒๑
พาณิชย์ มาตรา ๔๗ แต่ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่ปกติ
๒. แต่ถ้าเพื่อประโยชน์แก่เด็กหรือเยาวชนให้ศาลแห่งท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระท าผิดมีอานาจ
รับพิจารณาคดีนั้นได้
ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวที่เด็กหรือเยาวชน
มีถิ่นที่อยู่ปกติเป็นศาลหลักที่มีอ านาจพิจารณาคดี ส่วนศาลเยาวชนและครอบครัวท้องที่ ที่ความผิดเกิดเป็น
ศาลยกเว้น ศาลเยาวชนและครอบครัวท้องที่ ที่ความผิดเกิดจะมีอานาจรับพจารณาได้ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริง
ิ
ิ
ว่า การพจารณาคดีที่ศาลดังกล่าวเป็นประโยชน์แก่เด็กหรือเยาวชน ประเด็นท านองนี้ ศาลอทธรณ์คดี
ุ
ช านัญพเศษเคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานว่า ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา ๙๕
ิ
บัญญัติว่า คดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระท าความผิด ให้ศาลเยาวชนและครอบครัวซึ่งมีเขต
ื่
๒๐ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา มาตรา ๒๒ บัญญัติว่า “เมื่อความผิดเกิดขึ้นอ้างหรือเชอว่าได้
เกิดขึ้นในเขตอ านาจของศาลใด ให้ช าระที่ศาลนั้น แต่ถ้า
(๑) เมื่อจ าเลยมีที่อยู่ หรือถูกจับในทองที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้าพนักงานท าการสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศาลดังกล่าว
้
แล้ว จะช าระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้น ๆ อยู่ในเขตอ านาจก็ได้
(๒) เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทยให้ช าระคดีนั้นทศาลอาญา ถ้าการสอบสวนได้กระท าลงในทองที่หนึ่งซึ่งอยู่
้
ี่
ในเขตของศาลใด ให้ช าระที่ศาลนั้นได้ด้วย”
๒๑ สหรัฐ กตติ ศุภการ, ค าอธิบายพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและ
ิ
ครอบครัวพ.ศ. ๒๕๕๓, พิมพ์ครั้งที่ ๔ (กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๖๒), น.๒๒๘

