Page 1317 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1317
๑๓๐๕
ถูกศาลพพากษาว่ากระท าผิด ฉะนั้น คดีเด็กและเยาวชนส่วนมากจึงไม่จ าเป็นต้องสืบพยาน แม้มีคดีที่
ิ
กฎหมายก าหนดอตราโทษอย่างต่ าให้จ าคุกตั้งแต่ ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น กฎหมายบัญญัติ
ั
ให้ศาลสืบพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจ าเลยกระท าผิดจริงก็ตามคดีประเภทนี้ หากศาลเห็นว่าควรใช้
มาตรการพเศษแทนด าเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา ๙๐ ซึ่งเป็น
ิ
ิ
มาตรการที่มีเจตนารมณ์ให้เบี่ยงเบนเด็กหรือเยาวชนออกจากการถูกด าเนินการพิจารณาพพากษาตามปกติ
มาตรการดังกล่าวควรท าในโอกาสแรกทท าได้ ดังนั้น ในวันนัดพร้อม วันสอบค าให้การ หากโจทก์ไม่คัดค้าน
ี่
และผู้เสียหายยินยอม ศาลสามารถใช้มาตรการดังกล่าวโดยไม่ต้องสืบพยานโจทก์ประกอบค ารับสารภาพก็
ได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากจ าเลยให้การปฏิเสธก็ดี หรือคดีที่จ าเป็นต้องสืบพยานโจทก์ก็ดี ศาลสามารถ
สืบพยานโจทก์ผ่านจอภาพได้ โดยพยานไม่จ าเป็นต้องเดินทางมาเบิกความที่ศาลในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชน
ั
มีถิ่นที่อยู่ ซึ่งพยานอาจเบิกความในศาลที่ตนมีภูมิล าเนา หรือสถานที่ที่ศาลอนุญาตอนเป็นการสะดวกแก่
พยาน ตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการสืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
๒๖
พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งออกตามความในมาตรา๒๓๐/๑ วรรคหนึ่ง แหงประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความ
ิ
้
อาญา ฉะนั้น แม้จะมีการยื่นฟองที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ถิ่นที่อยู่ปกติของจ าเลย ซึ่งอาจมี
ระยะทางไกลจากท้องที่ที่เกิดเหตุ พยานก็ไม่จ าเป็นต้องเดินทางมาเบิกความที่ศาล การสืบพยานผ่าน
จอภาพจึงสามารถแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามข้อขัดข้องหรือความไม่สะดวก
ดังกล่าว ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมจะน ามาเป็นข้ออางเพอไม่ปฏิบัติตาม
ื่
้
เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระท าผิดทางอาญาโดยมี
จุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สูงสุด
ปัญหาจากการที่ศาลในท้องที่ที่ความผิดเกิดใช้ดุลพนิจรับพจารณาโดยไม่ได้ความว่าเป็น
ิ
ิ
ประโยชน์แก่เด็กหรือเยาวชนอย่างไรนั้น เมื่อผู้เขียนได้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
จังหวัดแพร่ จากการตรวจสอบพบว่า สถิติคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนกระท าผิดที่ขึ้นสู่ศาล ส่วนมากเป็นคดี
ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติอยู่ในท้องที่เดียวกับเขตอานาจศาลที่มูลคดีเกิด แต่มีเพยงสองคดี ที่เด็ก
ี
หรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติ อยู่นอกเขตอานาจของศาลแห่งท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระท าความผิด แต่
พนักงานอยการยื่นฟองที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแพร่ซึ่งเป็นศาลแห่งท้องที่ที่กระท าผิด ท าให้
ั
้
เห็นปัญหาดังนี้ คดีที่หนึ่งเป็นคดีเมื่อปี ๒๕๕๖ จ าเลยอายุ ๑๗ ปี เมื่อศาลตรวจสอบการจับแล้วเห็นว่าเป็น
การจับโดยชอบ ศาลอนุญาตให้จ าเลยประกันตัว ต่อมาพนักงานอัยการยื่นฟ้องโดยไม่ปรากฏว่าเป็นถิ่นที่อยู่
๒๖ ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการสืบพยานคดีอาญาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. ๒๕๕๖
ุ
้
ข้อ ๕ ให้ศาลใชดุลพินิจให้สืบพยานที่อยู่นอกศาลในลักษณะการประชมทางจอภาพเฉพาะในกรณีมีเหตุจ าเป็นโดยต้อง
ค านึงถึงความจ าเป็นของพยานที่ไม่อาจเดินทางมายังศาลได้กับการที่จะได้รับการพิจารณาที่เป็นธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สิทธิของจ าเลยในการต่อสู้คดีและในการใชค าถามกับพยานโดยตรงซึ่งอาจท าให้จ าเลยได้รับผลกระทบจากการที่พยาน
้
ไม่ได้อยู่ในห้องพิจารณาคดี เหตุจ าเป็นในวรรคหนึ่งอาจเกิดจากการที่พยานเจ็บป่วยหรือมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่
พิจารณาคดีหรือมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศหรือมีเหตุจ าเป็นอย่างอื่นอันมิอาจกล่าวล่วงเสียได้..”

