Page 1310 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1310

๑๒๙๘

                                                    ๑๗
                 ปฏิบัติตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาฯ  โดยมาตรการนี้จะใช้ได้ต้องมีผู้เสียหายร่วมอยู่ในคดีด้วย เด็ก
                 หรือเยาวชนส านึกในการกระท าผิด หมายถึงเด็กและเยาวชนตระหนักว่าการกระท าของตนก่อให้เกิดความ

                             ื่
                 เสียหายแก่ผู้อน เสียใจในการกระท าพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขตนเอง ทั้งนี้ไม่จ าต้องรับสารภาพว่ากระท า
                 ความผิดตามที่ถูกฟ้อง แม้เด็กหรือเยาวชนเคยเข้าสู่กระบวนการจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูตามมาตรา ๘๖

                 แล้วแต่ไม่ประสบความส าเร็จ หากต่อมามีการฟ้องคดี ศาลสามารถใช้มาตรการพิเศษนี้อีกได้


                 มาตรการแทนการพิพากษาคดี


                 พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา ๑๓๒ เป็นมาตรการที่ศาลอาจน ามาใช้แทนการ
                                                                   ๑๘
                                        ิ
                 พพากษาคดีหลังจากมีการพจารณาคดีเสร็จสิ้น หากศาลเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนมีพฤติการณ์ในการกระท า
                  ิ
                 ผิดไม่เป็นภัยร้ายแรงและมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น ซึ่งหากเด็กหรือเยาวชนปฏิบัติตาม
                                                                           ิ
                 มาตรการแทนการพพากษาคดีจนครบถ้วน จะมีผลให้ศาลไม่ต้องมีค าพพากษาแก่เด็กและเยาวชนดังกล่าว
                                  ิ
                 ท าให้เด็กและเยาวชนไม่มีตราบาปติดตัวสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อกลับสู่สังคมโดยมาตรการดังกล่าว

                 แบ่งเป็น ๒ กรณี

                         ๑. การปล่อยตัวเด็กหรือเยาวชนชั่วคราว โดยมอบตัวให้บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งเด็ก

                 หรือเยาวชนอาศัยอยู่


                                                                        ื่
                         ๒. การส่งเด็กหรือเยาวชนไปยังสถานพนิจหรือสถานที่อนที่จัดตั้งตามกฎหมาย และตามที่ศาล
                                                          ิ
                 เห็นสมควรภายในระยะเวลาที่ศาลก าหนด



                        ๑๗  ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงอนไขในการจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูหลัง
                                                                        ื่
                 ฟ้องคดี พ.ศ. ๒๕๕๖
                        ๑๘  มาตรา ๑๓๒ ในกรณีที่ศาลเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรจะมีค าพิพากษาหรือบิดา มารดา
                 ผู้ปกครอง หรือ บุคคลซึ่งจ าเลยอาศัยอยู่ด้วยร้องขอ เมื่อศาลสอบถามผู้เสียหายแล้วศาลอาจมีค าสั่งให้ปล่อยตัวจ าเลย

                 ชวคราวแล้วมอบตัวจ าเลยให้บุคคลดังกล่าวโดยไม่มีประกัน หรือมีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยก็ได้ โดย
                  ั่
                 ก าหนดเงื่อนไข เช่น ให้จ าเลยรายงานตัวต่อนักงาน
                 คุมประพฤติหรือเจ้าพนักงานอื่น หรือบุคคลใดหรือองค์การด้านเด็ก เข้ารับการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูรับค าปรึกษาแนะน าเข้า

                 ร่วมกิจกรรมบ าบัดหรือกิจกรรมทางเลือก หรือให้ใชวิธีการเพื่อความปลอดภัยภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร แต่ต้อง
                                                      ้
                 ไม่เกินกว่าจ าเลยนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์ ในการนี้ศาลมีอ านาจสั่งให้บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งจ าเลย
                 อาศัยอยู่ด้วยเข้าร่วมกิจกรรม หรือรับค าปรึกษาแนะน าด้วยก็ได้
                 ในกรณีศาลเห็นว่าจ าเลยไม่สมควรใชวิธีการตามวรรคหนึ่ง ศาลจะส่งตัวจ าเลยไปยังสถานพินิจหรือสถานที่อื่นที่จัดตั้งขึ้น
                                            ้
                 ตามกฎหมายและตามที่ศาลเห็นสมควรที่ยินยอมรับตัวจ าเลยไว้ดูแลชั่วคราวหรือจะให้ใช้วิธการส าหรับเด็กและเยาวชนไป
                                                                                  ี
                 พลางก่อนก็ได้ แต่ต้องไม่เกินกว่าจ าเลยนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์
                 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสั่งตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนวิธีการประเมินสภาพปัญหา การจัดท าแผนแก้ไขบ าบัดฟื้นฟ  ู

                 การเตรียมความพร้อมเพื่อมอบตัวจ าเลยให้บิดา มารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลซึ่งจ าเลยอาศัยอยู่ด้วย ให้เป็นไปตาม
                 ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
   1305   1306   1307   1308   1309   1310   1311   1312   1313   1314   1315