Page 1380 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1380

๑๓๖๘


                 ที่ดินฯ ออกประกาศรายการกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                 ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศก าหนดตามมาตรา ๓๐ วรรคห้า แห่ง
                                                                                                       ื่
                                                          ื่
                 พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินฯ ก าหนดกิจการอนรวม ๕ กิจการที่เป็นการสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินเพอ
                                                                                ื่
                 เกษตรกรรม ประกาศดังกล่าวไม่ได้ก าหนดว่าผู้ที่มีสิทธิประกอบกิจการอนในเขตปฏิรูปที่ดินต้องเป็น
                 เกษตรกรด้วย ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า
                        ๑. หากเป็นผู้ได้รับสิทธิเข้าท าประโยชน์ ผู้เช่าที่ดินหรือผู้เช่าซื้อที่ดินจาก ส.ป.ก. เองโดยตรง

                 ยังต้องจ ากัดเฉพาะเกษตรกรตามระเบียบคณะกรรมการฯ
                        ๒. แต่หากเป็นคู่สมรสหรือทายาทโดยธรรมของเกษตรกรผู้ได้สิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพอ
                                                                                                       ื่
                 เกษตรกรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับสิทธิเข้าท าประโยชน์ ผู้เช่าที่ดินหรือผู้เช่าซื้อที่ดินจาก ส.ป.ก. ไม่ควรจ ากัดว่า

                 ต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น แต่ควรก าหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเปิดช่องให้คู่สมรสหรือทายาทโดยธรรมที่
                 ประกอบอาชีพอนอยู่ก่อนแล้วมีสิทธิยื่นค าขอรับโอนสิทธิหรือตกทอดทางมรดกหรือเข้ารับสิทธิแทนที่ใน
                              ื่
                                                       ิ่
                 ที่ดินดังกล่าวได้ โดยอาจก าหนดหลักเกณฑ์เพมเติมว่า คู่สมรสหรือทายาทโดยธรรมผู้รับโอนสิทธิดังกล่าว
                                                                                      ื่
                 ต้องประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ดินต่อเนื่องจากผู้ได้สิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพอเกษตรกรรมนั้นด้วย
                 ตนเอง หรือก าหนดให้เสียค่าตอบแทนแก่ ส.ป.ก.เข้าไปด้วย

                        ๑.๒ ค าว่า “คู่สมรส” ตามบทนิยามจะมีทั้งกรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และเพียงอยู่กินฉัน
                 สามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย เพอป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตีความและปัญหา
                                                       ื่
                 ในทางปฏิบัติ ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรก าหนดบทนิยาม “คู่สมรส” ให้มีความหมายที่ชัดเจนโดย

                                                                                                    ่
                 ก าหนดบทนิยามค าว่า “คู่สมรส” ว่า สามีหรือภริยาที่จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายแพงและ
                 พาณิชย์ แต่หากไม่มีคู่สมรสตามกฎหมายก็ให้หมายความรวมถึง ชายหรือหญิงที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา

                 กับผู้ถือครองที่ดินหรือเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินโดยมิได้จดทะเบียนสมรสด้วย แต่ทั้งนี้อาจ
                 เพมหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของการอยู่กินฉันสามีภริยาในท านองเดียวกันกับพระราชบัญญัติประกอบ
                   ิ่
                 รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ วรรคสอง ประกอบ

                 ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ของผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามี
                                             ั
                                                                          (๗)
                 ภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสอนถือว่าเป็นคู่สมรส พ.ศ. ๒๕๖๑  ในข้อ ๓ ว่า “บุคคลซึ่งอยู่กินกัน
                 ฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
                                                       ื่
                        (๑) ได้ท าพธีมงคลสมรสหรือพธีอนใดในท านองเดียวกัน โดยมีบุคคลในครอบครัวหรือ
                                                    ิ
                                  ิ
                 บุคคลภายนอกรับทราบว่าเป็นการอยู่กินเป็นสามีภริยากันตามประเพณี
                        (๒) ชายและหญิงได้แสดงให้ปรากฏว่ามีสถานะเป็นสามีภริยากัน หรือมีพฤติการณ์เป็นที่รับรู้ของ
                 สังคมทั่วไปว่ามีสถานะดังกล่าว ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งจดทะเบียนสมรสกันและต่อมาได้







                 (๗)  ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๘๗ ก ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
   1375   1376   1377   1378   1379   1380   1381   1382   1383   1384   1385