Page 1433 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1433

๑๔๒๐





                               การประกาศปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิเด็ก (Declaration of the Rights of the Child)
                 โดยสมัชชาใหญองคการสหประชาชาติ ไดลงมติเปนเอกฉันท ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๒ โดยวาง

                                                 ๕
                                                 ่
                 หลักการพื้นฐานไว้ ๔ ด้านส าคัญ ได้แก
                                      ๑. สิทธิด้านการอยู่รอด คือ เด็กต้องได้รับการดูแลและเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด
                 มีสันติภาพและความปลอดภัย เป็นต้น
                                                      ั
                                      ๒. สิทธิด้านการพฒนา คือ การช่วยเหลือให้เด็กมีร่างกาย อารมณ์ที่ปกติและ
                 มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและได้รับการพัฒนาทางด้านการศกษา เป็นต้น
                                                                  ึ
                                      ๓. สิทธิด้านการปกป้องคุ้มครอง คือ การคุ้มครองเด็กจากการถูกทารุณกรรม

                 ทางเพศ การรังแก การถูกทอดทิ้ง การค้ามนุษย์ และให้การคุ้มครองเด็กที่ไม่มีครอบครัว เด็กพิการ เป็นต้น
                                      ๔. สิทธิด้านการมีส่วนร่วม คือ การเปิดโอกาสให้เด็กมีบทบาทส าคัญในชุมชน

                 มีสิทธิแสดงความคิดเห็นในทุก ๆ เรื่องที่มีผลกระทบต่อเด็ก เป็นต้น
                                                     ี
                               ปฏิญญาสากลฉบับนี้ไม่เพยงแต่ให้ความส าคัญต่อการละเมิดสิทธิเด็กและเด็กที่ตกอยู่ใน
                 สภาวการณ์ที่ยากล าบากเท่านั้น แต่ยังมุ่งให้การคุ้มครองสิทธิเด็กโดยทั่วไปหรือทุกคนที่อายุต่ ากว่า ๑๘ ปี
                 เว้นแต่จะบรรลุนิติภาวะก่อนหน้านั้นตามกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ผู้นั้น เด็กแต่ละคนจะได้รับการประกัน

                 สิทธิต่าง ๆ โดยไม่เลือกปฏิบัติและไม่จ ากัดเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง
                 หรือความเชื่อของบิดามารดา การกระท าที่เกี่ยวกับเด็กทั้งปวง ไม่ว่าจะกระท าโดยองค์กรสังคมสงเคราะห์

                 ของรัฐหรือหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ของเอกชน ศาลยุติธรรม หน่วยงานฝ่ายบริหาร หรือองค์กรนิติบัญญัติ
                 ต้องค านึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นล าดับแรก

                               หลังจากนั้นไดมีการรวบรวมขอมูลโดยประมวลและประเมินผลขอความตาง ๆ และน าไป
                                                 ี
                 บรรจุไวในเอกสารระหวางประเทศเพยงฉบับเดียวที่มีผลใชบังคับทางกฎหมายได เพอใหการพทักษสิทธิ
                                                                                        ื่
                                                                                                ิ
                           ื้
                 เด็กอยูบนพนฐานของกฎหมายที่แนนอนเปนที่ยอมรับโดยทัดเทียมกันกับหลักการดานสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ
                 จึงเกิดอนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก ซึ่งจัดท าขึ้นโดยองคการสหประชาชาติ (United Nations Convention
                                                  ๖
                 on the Rights of the Child: UNCRC)  โดยไดรับการรับรองจากประเทศตาง ๆ ในการประชุมสมัชชา
                 ใหญแหงสหประชาชาติ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๒ ประเทศไทยไดร่วมลงนามเขาเปนภาคีอนุสัญญา

                 ว่าด้วยสิทธิเด็ก เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๓๕ ก่อให้เกิดพันธกรณีทประเทศไทยจะตองจัดการใหเปนไป
                                                                          ี่
                 ตามอนุสัญญาโดยการตรากฎหมายภายในขึ้น

                               ผลของการนี้น ามาซึ่งการจัดท าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธี
                 พจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ตอมาไดมีการยกเลิกพระราชบัญญัติดังกล่าว และ
                  ิ
                                                                   ิ
                 ประกาศใช้พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓



                        ๕  ประสงค์ บุญวิจิตร์. (๒๕๖๑). สภาพปัญหาและบทบาทผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว: ศึกษากรณีการ
                 คุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิด ในท้องที่จังหวัดกระบี่.
                        ๖  Assembly, U. G. (1989). Convention on the Rights of the Child. United Nations, Treaty Series,
                 1577(3), 1-23.
   1428   1429   1430   1431   1432   1433   1434   1435   1436   1437   1438