Page 1517 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1517

๑๕๐๔





                 Keywords : Judicial independence, without any partiality, revision of drafted judgments,
                 interfere



                 บทน า (Introduction)

                        รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๘๘ บัญญัติให้การพจารณา
                                                        ุ
                                                                                                  ิ
                  ิ
                 พพากษาอรรถคดีเป็นอานาจของศาล ซึ่งต้องด าเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธย

                                                                          ิ
                 พระมหากษัตริย์ ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและ
                                                                                          ้
                 กฎหมาย ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง ประมวลจริยธรรมขาราชการตุลาการ
                                                 ิ
                 ข้อ ๑ บัญญัติว่า หน้าที่ส าคัญของผู้พพากษา คือ การประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดี ซึ่งจักต้อง
                 ปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี ทั้งจักต้องแสดงให้เป็นที่

                 ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน เพื่อการนี้ผู้พิพากษาจักต้องยึดมั่นใน
                           ิ
                 ความเป็นอสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการ และข้อ ๑๒ บัญญัติว่า เมื่อจะ
                  ิ
                                                ิ
                 พพากษาหรือมีค าสั่งในคดีเรื่องใด ผู้พพากษาจักต้องละวางอคติทั้งปวงเกี่ยวกับคู่ความหรือคดีความเรื่องนั้น
                 ทั้งจักต้องวินิจฉัยโดยไม่ชักช้าและไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ค าพพากษาและค าสั่งจักต้องมีค าวินิจฉัยที่ตรงตาม
                                                                 ิ
                                                                                                     ึ
                 ประเด็นแห่งคดี ให้เหตุผลแจ้งชัดและสามารถปฏิบัติตามนั้นได้ การเรียงค าพพากษาและค าสั่งพงใช้
                                                                                    ิ
                 ภาษาเขียนที่ดี ใช้ถ้อยค าในกฎหมาย ใช้โวหารที่รัดกุมเข้าใจง่าย และถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับ
                 ราชบัณฑิตยสถาน ข้อความอื่นใดอันไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีโดยตรง หรือไม่ท าให้การวินิจฉัย
                                           ึ
                                                           ิ
                 ประเด็นดังกล่าวชัดแจ้งขึ้น ไม่พงปรากฏอยู่ในค าพพากษาหรือค าสั่ง ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ก าหนด
                                                                        ื่
                           ิ
                                              ิ
                                      ิ
                                                             ิ
                 ความเป็นอสระในการพจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษานี้ เพอให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน
                 ผู้มีอรรถคดี ซึ่งผู้พิพากษาจะต้องกระท าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยปราศจากอคติทั้งปวง
                                      ิ
                                                                        ิ
                                                        ิ
                                                 ิ
                        หลักความเป็นอสระในการพจารณาพพากษาคดีของผู้พพากษาเป็นหลักสากลที่นานาประเทศ
                 ให้การยอมรับ ซึ่งประเทศไทยมีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพอให้ประชาชนมีหลักประกันว่า
                                                                              ื่
                                                                                                  ิ
                 จะได้รับความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและได้รับความยุติธรรมโดยเสมอภาคทั่วหน้ากัน นอกจากนี้ผู้พพากษา
                                              ิ
                                                    ั
                 ยังต้องปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอทธิพลอนไม่ชอบใด ๆ เข้าครอบง า ทั้งจะต้องไม่มีอคติทั้งจากภายในตัว
                                                                              ิ
                                                               ื่
                       ิ
                 ของผู้พพากษาเอง หรือจากการแทรกแซงโดยบุคคลอน แต่ความเป็นอสระดังกล่าวมิได้หมายความว่า
                 ปราศจากการถูกตรวจสอบใด ๆ และเพอดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาในศาลชั้นต้นให้เป็นไป
                                                                              ิ
                                                    ื่

                 โดยถูกต้อง พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔ จึงบัญญัติให้อธิบดีผู้พพากษาภาคมีอานาจและหน้าที่
                                                                              ิ
                 ตามที่ก าหนดไว้ในมาตรา ๑๑ วรรคหนึ่ง คือ รับผิดชอบในราชการของศาลให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และให้มี

                                           ิ

                                ิ
                 อานาจหน้าที่นั่งพจารณาและพพากษาคดีใด ๆ ของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจส านวนคดีใดแล้วมีอานาจ
                 ท าความเห็นแย้งได้ และให้ค าแนะน าแก่ผู้พพากษาในศาลนั้นในข้อขัดข้องเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ และให้
                                                     ิ
                                                                           ี่
                 รองอธิบดีผู้พิพากษภาคมีอ านาจมีหน้าที่ช่วยอธิบดีผู้พพากษาภาคตามทได้รับมอบหมาย
                                                             ิ
                        ต่อมาประธานศาลฎีกาออกระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการรายงานคดี
                 ส าคัญในศาลชั้นต้นและศาลชั้นอทธรณ์ต่อประธานศาลฎีกา และการรายงานคดีและการตรวจส านวนคดี
                                            ุ
                 ในส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค พ.ศ. ๒๕๖๒ และส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ ออกระเบียบ
                                                                                ิ
                                    ิ
   1512   1513   1514   1515   1516   1517   1518   1519   1520   1521   1522