Page 1518 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1518

๑๕๐๕






                            ิ
                                                                              ิ
                 ก าหนดให้ผู้พพากษาของศาลในเขตอานาจต้องรายงานคดีและส่งร่างค าพพากษาในคดีที่ก าหนดไปตรวจ
                      ่
                                                                                     ิ
                            ิ
                 ก่อนอานค าพพากษา รวมทั้งมอบหมายให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๙ ไปร่วมนั่งพจารณาคดีส าคัญในศาล
                                                  ื่
                                                          ิ
                 ภายในเขตอานาจ โดยมีวัตถุประสงค์เพอให้การพจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การใช้

                                                                      ่
                                       ิ
                 ถ้อยค าส านวน รวมทั้งดุลพนิจในการก าหนดค่าเสียหายในคดีแพงและก าหนดโทษในคดีอาญา เป็นไปตาม
                                               ื่

                 รูปแบบและมีมาตรฐานเดียวกัน เพอรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมและอานวยความยุติธรรมให้
                                                                                    ิ
                                                                             ิ
                 สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม จากการที่ผู้เขียนได้ปฏิบัติหน้าที่พจารณาพพากษาคดีในศาลจังหวัด
                                                                                  ั
                 สงขลา ศาลจังหวัดปัตตานี ศาลจังหวัดนาทวี ศาลแขวงสงขลา ศาลจังหวัดพทลุง ศาลจังหวัดสตูล และ
                 ศาลจังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ในเขตอานาจของส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ จนถึง

                                                                     ิ
                                                                                        ิ
                                       ั
                                                                                               ิ
                 ปัจจุบัน และจากการรับฟงผู้ร่วมปฏิบัติงาน กรณีมีเหตุให้ศึกษาว่าการปฏิบัติหน้าที่พจารณาพพากษาคดี
                 และการตรวจร่างค าพพากษาดังกล่าว สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และหลักความเป็นอสระ
                                                                                                     ิ
                                    ิ
                       ิ
                                    ิ
                                            ิ
                 ของผู้พพากษาในการพจารณาพพากษาคดีโดยปราศจากอคติทั้งปวงหรือไม่ จึงมีความสนใจศึกษาในเรื่อง
                                                               ิ
                                                                                                  ิ
                 ดังกล่าว เพอสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พพากษาเจ้าของส านวนและองค์คณะ ผู้พพากษา
                           ื่
                                                                                           ิ
                 หัวหน้าศาล และผู้ท าหน้าที่ตรวจร่างค าพพากษาตามระเบียบของส านักงานอธิบดีผู้พพากษาภาค ๙
                                                     ิ
                                  ู
                 ว่าเป็นไปด้วยความถกต้อง เที่ยงธรรม ตามกฎหมายและนิติประเพณี ปราศจากอคติทั้งปวง และมีความเป็น
                 อิสระ สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
                 ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการรายงานคดีส าคัญฯ และระเบียบส านักงานอธิบดี
                    ิ
                 ผู้พพากษาภาค ๙ ว่าด้วยการรายงานคดีฯ ดังกล่าวหรือไม่ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา
                                                                                           ิ
                 ดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีและการตรวจร่างค าพพากษาต่อไป

                 แนวคิดทฤษฎีที่น ามาวิเคราะห  ์
                        แนวคิดความเป็นอิสระของผู้พิพากษา


                        การปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีการแบ่งแยกอานาจเป็น ๓ ฝ่าย คือ อานาจนิติบัญญัติ
                                                               ิ

                 อานาจบริหาร และอานาจตุลาการ ซึ่งต่างท าหน้าที่เป็นอสระต่อกัน คอยถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกนและกัน

                                                                                                 ั
                 (Check and Balance) และมีความส าคัญเท่าเทียมกัน ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรที่ใช้อานาจตุลาการใน

                 การพจารณาพพากษาอรรถคดีภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ในการประสิทธิประสาท
                      ิ
                              ิ
                 ความยุติธรรม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างเสมอภาคโดยยึดหลัก
                 นิติธรรม ซึ่งเงื่อนไขส าคัญที่จะท าให้ศาลยุติธรรมสามารถใช้อานาจตุลาการให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้

                 อย่างแท้จริง คือ ต้องสามารถท าค าวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้อย่างเป็นอสระ ปราศจากอคติ และไม่ตก
                                                                              ิ
                                                                                                  ิ
                                                        ื่
                 อยู่ภายใต้อทธิพลการบังคับบัญชาขององค์กรอนหรือบุคคลใด เมื่อกล่าวถึงความเป็นอสระของผู้พพากษา
                                                                                        ิ
                          ิ
                                                                         ิ
                 (Independence of the Judiciary) สิ่งที่ทุกคนระลึกได้ คือ การพทักษ์สิทธิและเสรีภาพของประชาชน
                 มิใช่การรักษาอ านาจของผู้พพากษา หลักการที่ให้ผู้พพากษาต้องมีความเป็นอสระในการพจารณาพพากษาคดี
                                                           ิ
                                       ิ
                                                                                                ิ
                                                                                        ิ
                                                                               ิ
                 เป็นหลักสากลที่นานาประเทศให้การยอมรับ ซึ่งประเทศไทยมีการบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ
                 ผู้พพากษาต้องได้รับการคุ้มครองให้สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอทธิพลอนไม่ชอบทั้งหลาย
                    ิ
                                                                                 ิ
                                                                                        ั
                                                                                                       ื่
                                                               ิ
                 เข้าครอบง า จะต้องไม่มีอคติทั้งจากภายในตัวของผู้พพากษาเองหรือจากการแทรกแซงโดยบุคคลอน
   1513   1514   1515   1516   1517   1518   1519   1520   1521   1522   1523