Page 1564 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1564

๑๕๕๑




                  พิจารณาอีกครั้ง ยิ่งอาจท าให้คู่ความทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่า คดีของตนแม้จะเป็นคดีเล็กน้อย หรือทุนทรัพย์

                  ไม่สูง (เพราะขึ้นศาลแขวง) ก็ได้รับความสนใจ หรือเอาใจใส่ และย่อมอาจท าให้บุคคลที่เป็นลูกหนี้

                  รู้สึกว่า กระบวนการเจรจาตกลงอยู่ในความดูแลของศาลจริงๆ หากจะต้องมีการท าสัญญาประนีประนอม
                  ยอมความก็สามารถทาได้ด้วยความสบายใจ  ไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียด เล็ก ๆ

                  น้อย ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามแต่อย่างใด


                                ๒.  การไกล่เกลี่ยหลังฟ้องคดี หรือการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล
                            คือ การที่ผู้ไกล่เกลี่ยท าการไกล่เกลี่ยข้อพพาท ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
                                                               ิ
                 ตั้งแต่ศาลรับฟ้องจนถึงก่อนมีค าพิพากษาถึงที่สุดให้แก่คู่ความ เป็นการช่วยให้คู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถ

                 บรรลุข้อตกลงร่วมกัน แต่ผู้ไกล่เกลี่ยไม่มีอ านาจในการก าหนดข้อตกลงให้แก่คู่ความแต่อย่างใด ทั้งนี้

                 เมื่อการไกล่เกลี่ยดังกล่าวต้องเกิดจากความสมัครใจของคู่ความทั้งสองฝ่ายเป็นส าคัญ ดังนั้น คู่ความ
                 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจึงอาจขอยกเลิกการไกล่เกลี่ยเสียเมื่อใดก็ย่อมได้


                                                        ๘
                            การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาล
                                     การระงับข้อพิพาททางเลือก (Alternative Dispute Resolution) เป็นวิธีการระงับ
                 ข้อพพาทต่าง ๆ ที่ถูกน ามาใช้เพอเป็นวิธีการทดแทน หรือวิธีการเสริมการระงับข้อพพาท โดยการ
                                                                                            ิ
                                              ื่
                     ิ
                 ด าเนินคดีในศาลยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ ให้ปริมาณคดีที่จะเข้าสู่การสืบพยานซึ่งใช้ระยะเวลานาน
                 มีจ านวนลดน้อยลงตามความจ าเป็นและท าให้การด าเนินคดีในศาลยุติธรรมโดยทั่วไปเป็นไปอย่างมี

                 ประสิทธิภาพสูงสุด

                                    ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นต้นมา ศาลยุติธรรมจัดให้มีระบบไกล่เกลี่ยเพอให้เกิดการ
                                                                                             ื่
                 ประนีประนอมในศาล พร้อมทั้งกระตุ้นและสนับสนุนคู่ความให้ใช้กระบวนการระงับข้อพพาท
                                                                                                    ิ
                 ทางเลือก โดยทางอื่นนอกจากพิจารณาคดีตามปกติของศาลยุติธรรมให้จริงจังมากขึ้น โดยจัดระบบงาน

                 ในส่วนของศาลยุติธรรมขึ้นรองรับ โดยมีระบบ “แยกคน แยกส านวน แยกห้อง และแยกไกล่เกลี่ย”
                 กล่าวคือ การแยกคน เป็นการก าหนดให้ผู้ประนีประนอมเป็นคนละบุคคลกับผู้พพากษาเจ้าของ
                                                                                          ิ
                                                    ิ
                 ส านวน โดยผู้ประนีประนอมอาจเป็นผู้พพากษาหรือบุคคลภายนอกที่ศาลแต่งตั้ง ส าหรับแยกส านวน
                 หมายความว่า ส านวนการไกล่เกลี่ยกับส านวนที่ศาลพจารณาคดีคนละส านวนกัน แยกห้องก็คือ
                                                                  ิ
                 แยกห้องพจารณาคดีออกจากห้องไกล่เกลี่ยเป็นคนละห้องกัน และแยกไกล่เกลี่ย มีการใช้วิธีนี้เมื่อ
                          ิ
                 ผู้ประนีประนอมต้องการได้รับข้อมูลในเชิงลึก ดับอารมณ์ที่ไม่พอใจของคู่กรณี

                                                 ิ
                                   ในการไกล่เกลี่ยข้อพพาทหลังฟองคดี มีที่มาของการไกล่เกลี่ยในศาลยุติธรรมโดยมี
                                                           ้
                 ระบบคนกลางจากภายนอกเข้ามาช่วยอ านวยความสะดวกในการหาข้อตกลงมาจากประมวลกฎหมาย

                        ๘  ชลัท  ประเทืองรัตนา,การไกล่เกลี่ยโดยคนกลาง : เส้นทางแห่งการสร้างความเข้าใจร่วมกัน พิมพ์ครั้งที่ ๑
                 สถาบันพระปกเกล้า.,๒๕๕๙ ,๙๑-๙๓.
   1559   1560   1561   1562   1563   1564   1565   1566   1567   1568   1569