Page 1898 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1898
๑๘๘๐
ต่างแก้ต่างอยู่แล้วก็ดี อนึ่งถ้าศาลเห็นว่าการที่คู่ความมาศาลด้วยตนเองอาจยังให้เกิดความตกลงหรือ
ประนีประนอมยอมความดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้ ก็ให้ศาลสั่งให้คู่ความมาศาลด้วยตนเอง” มาตรา ๒๐
บัญญัติไว้ว่า “ไม่ว่าการพิจารณาคดีจะได้ด าเนินไปแล้วเพียงใด ให้ศาลมีอ านาจที่จะไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลง
ิ
ื่
กันหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อพพาทนั้น” และ มาตรา ๒๐ ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า “เพอประโยชน์
ในการไกล่เกลี่ย เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องของ ศาลจะสั่งให้ด าเนินการเป็นการลับ
เฉพาะต่อหน้าตัวความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยจะให้มีทนายความอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้” วรรคสอง บัญญัติว่า
“เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอศาลอาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเป็น
ื่
ผู้ประนีประนอมเพอช่วยเหลือศาลในการไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ประนีประนอมกัน” จากบทบัญญัติของ
ิ
กฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการไกล่เกลี่ยข้อพพาทในศาลนั้นได้มีการปรับแนวคิดปรับเปลี่ยนรูปแบบและ
ิ
พัฒนากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เกดมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากขึ้น
ปัจจุบันการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในศาลจังหวัดชลบุรีแบ่งออกเป็น ๓ รูปแบบคือ
รูปแบบที่ ๑ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดี
ิ
ิ
รูปแบบของการไกล่เกลี่ยข้อพพาทนี้เป็นรูปแบบที่เกิดควบคู่ไปกับการพจารณาคดีของศาลตลอดมา
่
ิ
่
โดยมีการก าหนดบทบาทการไกล่เกลี่ยข้อพพาทให้แกผู้พพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความแพง
ิ
ิ
มาตรา ๑๙ และ มาตรา ๒๐ ให้อานาจศาลด าเนินการไกล่เกลี่ยข้อพพาทส าหรับคดีที่อยู่ระหว่างการพจารณา
ิ
ิ
ในรูปแบบนี้ผู้พิพากษาที่ท าหน้าที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดคดีจะเป็นผู้ด าเนินการไกล่เกลี่ยข้อพพาทนั้นด้วยตนเองหรือ
ิ
ิ
ิ
พร้อมกับองค์คณะผู้พพากษา ศาลต่าง ๆ มีความคุ้นเคยและใช้การไกล่เกลี่ยข้อพพาทรูปแบบนี้ควบคู่ไปกับ
ิ
ิ
ิ
การพจารณาคดีของศาลตลอดมา อย่างไรก็ตาม การไกล่เกลี่ยข้อพพาทโดยผู้พพากษาพบปัญหาว่าภาระงาน
ิ
ของผู้พพากษาในแต่ละวันนั้นมีภาระหน้าที่ที่จะต้องพจารณาคดีหลากหลายและจ านวนหลายคดีจึงไม่มีเวลา
ิ
เพยงพอที่จะไกล่เกลี่ยคดีใดคดีหนึ่งได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะอย่างในขณะที่ผู้พพากษาไกล่เกลี่ยคดีใดคดีหนึ่ง
ี
ิ
อยู่นั้นคดีอื่นก็รอการพิจารณาจึงไม่สามารถที่จะทุ่มเทเวลาให้กับคดีทก าลังไกล่เกลี่ยได้เต็มที่
ี่
รูปแบบที่ ๒ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยผู้พิพากษาที่ไม่ใช่ผู้พิจารณาคดี
รูปแบบนี้เป็นการพฒนาจากรูปแบบแรก กล่าวคือ ความมั่นใจต่อคดีผู้พพากษาที่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด
ิ
ั
ิ
และท าหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพพาทในคดีเดียวกันว่าจะไม่เกิดอคติในการตัดสินชี้ขาดหากไกล่เกลี่ยข้อพพาท
ิ
ไม่ประสบความส าเร็จ ความมั่นใจในการเปิดเผยของเท็จจริงต่าง ๆ จะไม่ถูกน าไปใช้เป็นพยานหลักฐานใน
ิ
ิ
การพิจารณาคดีหากการไกล่เกลี่ยข้อพพาทไม่ประสบผลส าเร็จ และสภาพบรรยากาศในห้องพจารณาคดีที่อาจ
ิ
มีความไม่เหมาะสมกับการไกล่เกลี่ยข้อพพาทซึ่งจ าเป็นต้องอาศัยการเปิดโอกาสให้คู่ความมีโอกาสได้แสดง
ิ
ู
ความเห็นและเจรจาพดคุยอย่างเท่าเทียมกัน การไกล่เกลี่ยข้อพพาทจากผู้พพากษาผู้ท าหน้าที่ไกล่เกลี่ย
ิ
ข้อพพาทจะไม่ท าหน้าที่ตัดสินชี้ขาดข้อพพาทในคดีเดียวกัน มีการแยกส านวนไกล่เกลี่ยข้อพพาทออกจาก
ิ
ิ
ิ

