Page 1964 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1964
๑๙๔๖
ิ
ก่อนการลงโทษจ าเลย ดังนั้น การที่ศาลยุติธรรมจะใช้ดุลพนิจในการชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานผ่านระบบวิธี
พิจารณาอิเล็กทรอนิกส์ย่อมมีความท้าทายต่อการพิจารณาพพากษาคดีแบบเดิมที่การพิสูจน์พยานหลักฐาน
ิ
ได้ต้องกระท าในศาลและต่อหน้าจ าเลยโดยเปิดเผย หรือแบบ Face to Face มาโดยตลอด การที่
ิ
ิ
ศาลยุติธรรมน าวิธีพจารณาทางสื่ออเล็กทรอนิกส์มาใช้ในคดีอาญาดังกล่าวจึงมีข้อควรระวังที่อาจจะส่งผล
กระทบต่อความยุติธรรมได้ และมีข้อวิเคราะห์ต่อไปว่า เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสิ้นสุด
ิ
ิ
ิ
ลงแล้ว ศาลยุติธรรมจะยังคงใช้กระบวนพจารณาพพากษาคดีทางสื่ออเล็กทรอนิกส์ในคดีอาญาต่อไป
หรือไม่ และหากยังคงใช้การพจารณาคดีทางอเล็กทรอนิกส์ทางอาญาต่อไป ควรจะก าหนดหลักเกณฑ์และ
ิ
ิ
วิธีการไว้เป็นการเฉพาะหรือไม่
๑
หลักการพิจารณาและสืบพยานในคดีอาญา
ื่
การสืบพยานในคดีอาญา มีวัตถุประสงค์เพอค้นหาความจริงว่ามีการกระท าความผิดเกิดขึ้นจริง
และจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิดรายนี้หรือไม่ ซึ่งมาตรฐานการพิสูจน์ในคดีอาญา โจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ศาล
เห็นได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิด (Proof beyond reasonable doubt) ถ้ามี
๒
ั
เหตุอนควรสงสัยว่าจ าเลยอาจไม่ใช่ผู้กระท าความผิด ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จ าเลย
เป็นหลักที่ป้องกันมิให้รัฐลงโทษผู้กระท าความผิดโดยอาศัยหลักฐานที่ยังไม่ชัดแจ้งว่าเป็นผู้กระท าผิด ดังนั้น
ั
การพจารณาคดีจะต้องฟงความทุกฝ่ายเพอให้คู่ความได้มีโอกาสแสดงพยานหลักฐานเพอสนับสนุนข้ออาง
ื่
้
ิ
ื่
ี
หรือข้อกล่าวหา และได้มีโอกาสโต้แย้งพยานหลักฐานของอกฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะในคดีอาญานอกจากจะ
เป็นคดีที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคมแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของจ าเลยด้วย
ิ
หลักการฟงความทุกฝ่ายเป็นการเปิดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายได้แสดงพยานหลักฐานต่อศาล ซึ่งการพจารณา
ั
คดีในศาล ต้องเบิกความด้วยวาจาต่อหน้าศาล ข้อเท็จจริงที่อยู่ในเอกสารต้องมาเบิกความประกอบ ทั้งนี้
ื่
เพอให้ศาลสามารถตรวจสอบความจริงได้โดยอาศัยจิตวิทยาพยานและคู่ความมีสิทธิตรวจสอบ โดยเฉพาะ
ฝ่ายจ าเลยต้องเปิดโอกาสให้จ าเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ตามหลักกฎหมายที่ให้สันนิษฐานว่าจ าเลยเป็นผู้
บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีค าพิพากษาถึงที่สุดว่าจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิด
๑ ณรงค์ ใจหาญ, กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา [ออนไลน์], การบรรยายที่ศูนย์รังสิตและศูนย์ล าปางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภาคสอง ปีการศึกษา ๒๕๖๓, แหล่งที่มาของข้อมูลhttps://www.law.tu.ac.th/blog/wpcontent/uploads/2020/08/.pdf
๒ ประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ ให้ศาลใชดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ าหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่า
ิ
้
พิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระท าความผิดจริงและจ าเลยเป็นผู้กระท าความผิดนั้นเมื่อมีความสงสัยตาม
สมควรว่าจ าเลยได้กระท าความผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จ าเลย

