Page 1965 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1965
๑๙๔๗
๓
โดยหลักการสืบพยานต้องกระท าในศาล แต่มีข้อยกเว้น คือ การเดินเผชิญสืบพยานเอกสาร
บุคคล วัตถุ สถานที่ หรือผู้เชี่ยวชาญ ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา 229 และ
ิ
ื่
ิ
มาตรา 230 หรือการส่งประเด็นไปสืบที่ศาลอน ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา
ิ
230 เนื่องจากเป็นพยานหลักฐานส าคัญและไม่สามารถน ามาที่ศาลที่มีอานาจพจารณาคดี การสืบพยาน
ิ
โดยใช้การประชุมทางจอภาพ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา 230/1 วรรคสอง
ให้ถือว่าเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพจารณาของศาล นอกจากนี้วิธีการประชุมทางจอภาพยังน าไปใช้
ิ
ิ
ี
กับการไต่สวนค าร้องขอฝากขังอกด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพจารณาความอาญา มาตรา 87/1
ซึ่งตามวรรคสองให้ถือเสมือนว่าเป็นการไต่สวนในห้องพิจารณาของศาลเช่นกัน
๔
ั
การพิจารณาและสืบพยานในคดีอาญาต้องกระท าโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าฟงการ
ิ
พจารณา ถือเป็นการท าให้เกิดความโปร่งใสในการพิจารณาและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา แต่หาก
การสืบพยานไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน สร้างความเสียหายต่อประชาชนหรือมีผลกระทบต่อความ
ิ
มั่นคงของประเทศ ศาลอาจเห็นสมควรหรือโดยค าร้องขอของคู่ความ มีค าสั่งให้พจารณาคดีเป็นการลับได้
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177
นอกจากนี้การสืบพยานในคดีอาญาต้องกระท าต่อหน้าจ าเลย สิทธิที่จะได้รับการพจารณาและ
ิ
สืบพยานต่อหน้าจ าเลย (Right of Confrontation) เป็นสิทธิส าคัญของจ าเลยในการเข้าร่วมการพจารณา
ิ
ในทุกขั้นตอน และเป็นประกันว่าพยานที่จะให้การเป็นปรปักษ์ต่อจ าเลยจะต้องปรากฎตัวและแสดง
ข้อเท็จจริงในศาล การสืบพยานในศาลจ าเลยจึงต้องมีส่วนรับทราบถึงการสืบพยานหลักฐานทั้งหมดของ
ิ
ื่
ศาล เพราะเป็นกระบวนการพสูจน์ข้อเท็จจริงเพอให้จ าเลยทราบว่าตนถูกกล่าวหาอย่างไร จะได้แก้ตัวและ
ต่อสู้คดีได้อย่างถูกต้อง สิทธิที่จะได้รับการพจารณาและสืบพยานต่อหน้าประกอบด้วยจ าเลยจะได้เห็น
ิ
ั
พยาน ได้รับฟงการสืบพยานและถามค้านพยาน การที่จ าเลยเผชิญหน้ากับพยานฝ่ายที่ให้การเป็นปรปักษ์
ในศาลจะกดดันพยานให้ต้องให้การตามความเป็นจริง และการที่พยานฝ่ายตรงข้ามถูกถามค้านโดย
ฝ่ายจ าเลยในระหว่างการพจารณา ย่อมเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการค้นหาความจริงในศาล อย่างไรก็ตามเว้น
ิ
๕
แต่ศาลมีค าสั่งให้สืบพยานหลับหลังจ าเลย (Trial in absentia)
๓ จรัญ ภักดีธนากุล, ค าอธิบายกฎหมายลักษณะพยาน, พิมพ์ครั้งที่ ๗ (กรุงเทพมหานคร:ส านักอบรมศึกษากฎหมายแพ่ง
เนติบัณฑิตยสภา,๒๕๕๕), หน้า ๓๖๘-๓๗๒
๔ อุดม รัฐอมฤต,การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย หลักและข้อยกเว้นตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฝรั่งเศส, วารสารนิติศาสตร์ ปีที่ ๒๐ ฉบับ
ที่ ๑ (เดือนมีนาคม ๒๕๓๕):หน้า ๖๘
๕ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีบทบัญญัติให้สืบพยานลับหลังจ าเลย (Trial in absentia) หลายกรณี คือ
1) ในคดีที่มีอัตราโทษจ าคุกอย่างสูงไม่เกินสิบปี จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือในคดีที่มีโทษปรับสถานเดียว
เมื่อจ าเลยมีทนายความและได้รับอนุญาตจากศาลที่จะไม่ มาฟังการสืบพยาน ตามมาตรา 172 ทวิ (1)
2) ในคดีที่มีจ าเลยหลายคน ถ้าศาลพอใจตามค าแถลงของโจทก์ว่าการสืบพยานตามที่โจทก์ขอให้กระท าไม่เกี่ยวกับจ าเลยคน
ใดศาลจะสืบพยานลับหลังจ าเลยคนนั้นก็ได้ ตามมาตรา 172 ทวิ (2)
3) ในคดีที่มีจ าเลยหลายคน ถ้าศาลเห็นสมควรจะสืบพยานจ าเลยคนหนึ่ง ๆ ลับหลังจ าเลยคนอื่นก็ได้ตามมาตรา
172 ทวิ (3)

