Page 1997 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 1997
๑๙๗๙
อยู่ต่างประเทศเป็นจ านวนมาก ข้อก าหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯจึงก าหนดวิธีการสืบพยานทางเลือกส าหรับ
กรณีดังกล่าวไว้ ๒ กรณี คือ
(๑) การเสนอบันทึกถ้อยค าแทนการสืบพยานบุคคล ตามข้อ ๒๙ วรรคหนึ่ง ซึ่งก าหนดไว้ว่า
“เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีค าขอและศาลเห็นสมควรเพอประโยชน์แห่งความ
ื่
้
ยุติธรรมศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยค ายืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ที่ตนประสงค์จะอางเป็น
พยานแทนการซักถามผู้ให้ถ้อยค าต่อหน้าศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้”
ส าหรับผู้ให้ถ้อยค าซึ่งอยู่ต่างประเทศ เป็นไปตามข้อ ๓๑ ซึ่งก าหนดไว้ว่า
ื่
“เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีค าขอและศาลเห็นสมควรเพอประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยค ายืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยค าซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
ต่อศาลแทนการน าผู้ให้ถ้อยค ามาเบิกความเป็นพยานต่อหน้าศาลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้ ทั้งนี้ บันทึกถ้อยค า
ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ระบุในข้อ ๓๐ หรือตามกฎหมายของประเทศที่บันทึกถ้อยค านั้นได้ท าขึ้น” และ
(๒) การสืบพยานบุคคลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ ตามข้อ ๓๒ ซึ่งก าหนดไว้ว่า
“เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีค าขอและศาลเห็นสมควรเพอประโยชน์แห่งความ
ื่
ยุติธรรม ศาลอาจอนุญาตให้ท าการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาล โดยระบบการประชุมทางจอภาพ (VIDEO
CONFERENCE) ได้ โดยเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีค าขอและศาลเห็นสมควรเพอประโยชน์
ื่
แห่งความยุติธรรม ศาลอาจอนุญาตให้ท าการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาล โดยระบบการประชุมทางจอภาพ
(VIDEO CONFERENCE) ได้ โดยให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และไม่ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเป็น
ิ
ค่าฤชาธรรมเนียมในการด าเนินกระบวนพจารณาซึ่งศาลอาจพพากษาให้คู่ความฝ่ายอนรับผิดได้ตามมาตรา ๑๖๑
ิ
ื่
แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
การสืบพยานตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล”
้
แต่ทางเลือกในการใช้บันทึกถอยค าแทนการสืบพยานบุคคลต่อหน้าศาลนี้ ส าหรับพยานบุคคลที่มีถิ่นที่
ื่
อยู่ในประเทศไทย ผู้ให้ถ้อยค ายังคงต้องมาศาลเพอเบิกความตอบค าถามค้านและค าถามติงของคู่ความอกฝ่าย
ี
ั
หากผู้ให้ถ้อยค าไม่มาศาล ให้ศาลปฏิเสธที่จะรับฟงถ้อยค าของผู้นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดี แต่ถ้าศาล
ั
ื่
เห็นสมควรเพอประโยชน์แห่งความยุติธรรมจะรับฟงบันทึกถ้อยค าที่ผู้ให้ถ้อยค ามิได้มาศาลนั้นประกอบ
๑๑
พยานหลักฐานอนก็ได้ ซึ่งย่อมไม่สะดวก เพราะแม้ขนาดจะน าพยานมาเบิกความต่อหน้าศาลยังกระท าได้
ื่
ยากจนต้องตกลงกันยื่นบันทึกถ้อยค ายืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นแทนการซักถามพยานต่อหน้าศาลแล้ว
การจะต้องน าพยานบุคคลมาเบิกความตอบค าถามค้านและค าถามติงในห้องพจารณาที่ศาลคงเป็นไปล าบาก
ิ
๑๑ ข้อก าหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๒๙ วรรคสาม

