Page 2253 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2253

๒๒๓๕



                 อุปกรณ์ดิจิทัลเชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลาทั้งในการท างานและเวลาส่วนตัวได้ยากแต่ในมุมขององค์กรหากเกิด

                 เหตุกระท าผิดก็ควรมีกระบวนการในการรับมือที่รวดเร็ว บางครั้งมีคนถ่ายภาพพนักงานที่ไปท าไม่ดีนอกองค์กร

                                                                                             ื่
                 แล้วขึ้นโซเชียลมีเดีย องค์กรก็ควรมีกระบวนการในการตรวจสอบและรับมือให้เร็วที่สุด เพอลดผลกระทบที่
                 เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด หรือการห้ามไม่ให้ใช้โซเชียลมีเดียในระหว่างการท างานเลย ซึ่งพนักงานก็พยายามหาทางใช้

                 อยู่ดี จึงควรเปิดให้ใช้แล้วควบคุมในระดับที่ติดตามดูแลได้ ดีกว่าปล่อยให้ไปใช้ WiFi สาธารณะในการส่งข้อมูล

                 องค์กรซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าบางองค์กรมีเรื่องพนักงานไปนินทาเจ้านายในโซเชียลเน็ตเวิร์กหรืออาจ
                                                                                       ๑๗
                 น าข้อมูลลับขององค์กรไปเปิดเผย ซึ่งควรหาวิธีบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เหมาะสม”

                                    ิ
                               เมื่อพจารณาจากประสบการณ์ขององค์กรภาครัฐหรือวิชาชีพต่าง ๆ พบว่า มีการออก
                 ข้อก าหนดหรือนโยบายในการใช้สื่อสังคมของบุคลากรในองค์กรหรือในวิชาชีพในสังกัด โดยรูปแบบของการ

                 ก าหนดนโยบายมีรูปแบบที่แตกต่างกนออกไปตามความเหมาะสมของแต่ละองค์กรหรือวิชาชีพต่าง ๆ โดยจะได้
                                               ั
                 น ามาพิจารณาเป็นตัวอย่างจ านวน ๒ องค์กร คือ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และส านักงานต ารวจแห่งชาติ

                 ดังนี้

                               ๑. คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออกประกาศ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคม
                 ออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของ

                 ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ ที่เป็นมาตรฐานกลางส าหรับสภาวิชาชีพและหน่วยงานต่าง ๆ ในระบบสุขภาพของ
                 ประเทศไทย โดยยึดหลักกฎหมายและหลักจริยธรรมทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องและก าหนดแนวทางที่เหมาะสม

                 และสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย มีแนวทางที่ส าคัญยกมาเป็นตัวอย่างพอสังเขป ได้ดังนี้
                                                                                               ๑๘
                               ๑.๑. หลักทั่วไปของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ เช่น หลักการ
                 เคารพกฎหมาย หลักการเคารพในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หลักการเคารพในกฎระเบียบและนโยบายขององค์กร

                               ๑.๒. หลักจริยธรรมทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์

                 เช่น หลักการป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น หลักการมุ่งประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นส าคัญ
                               ๑.๓. ความเป็นวิชาชีพ เช่น หลัก “คิดก่อนโพสต์” หลักการมีพฤติกรรมออนไลน์อย่าง

                 เหมาะสม หลักการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมและแยกเรื่องส่วนตัวกับวิชาชีพ






                        ๑๗ ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน),/โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ดาบสองคมในองค์กร ใช้
                 อย่างไรให้ได้ประโยชน์/[ออนไลน์], สืบค้นเมื่อ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๔./ https://www.etda.or.th/th/newsevents/pr-

                 news/ICT-LAW/โซเชยลเน็ตเวิร์ก”-ดาบสองคมในองค์กร-ใชอย่างไรให้ได้ประโยชน.aspx.
                                                                             ์
                                 ี
                                                             ้
                        ๑๘  ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้าน
                 สุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙
   2248   2249   2250   2251   2252   2253   2254   2255   2256   2257   2258