Page 2257 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2257
๒๒๓๙
ิ
แถลงให้ประชาชนเข้าใจถึงวิธีพจารณาความของศาลเมื่อมีเหตุผลสมควร” ข้อ ๗ ที่ระบุว่า “การถ่ายภาพ
ิ
ภาพยนตร์ บันทึกภาพหรือเสียง หรือการกระท าอย่างอื่นในท านองเดียวกันในการนั่งพิจารณาและพพากษาคดี
ิ
ของศาลจะกระท ามิได้ เว้นแต่ผู้พพากษาต าแหน่งอธิบดีผู้พพากษาภาค และอธิบดีผู้พพากษาศาลชั้นต้นขึ้นไป
ิ
ิ
ึ
เป็นผู้อนุญาตเฉพาะในกรณีจ าเป็นอย่างยิ่ง แต่พงระมัดระวังมิให้เป็นที่เสื่อมเสียหรือกระทบกระเทือนต่อการ
ื่
ิ
พจารณาคดีคู่ความ พยานหรือบุคคลอนใด” และข้อ ๒๕ ที่ระบุว่า “ผู้พพากษาจักต้องรักษาความลับของทาง
ิ
ราชการมิให้รั่วไหล และจักต้องไม่เปิดเผยความลับแก่บุคคลใดซึ่งไม่มีอานาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะล่วงรู้
ความลับนั้น” จากบทบัญญัติของประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการที่ยกมากล่าวทั้ง ๔ ข้อ มีทั้งการวางหลัก
ิ
เกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพไว้เป็นเบื้องต้นอนน ามาเป็นหลักในการพจารณาข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคม
ั
ได้ว่าขัดต่อหลักจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีการวางหลักในส่วนที่เกี่ยวกับการไม่พง
ึ
ิ
กล่าวถึงข้อเท็จจริงในคดีในลักษณะที่ไม่สมควร การถ่ายภาพหรือเสียงในการนั่งพจารณาหรือพพากษาคดี และ
ิ
การรักษาความลับของทางราชการ ซึ่งล้วนแล้วแต่ครอบคลุมการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมทางสื่อสังคมอยู่
แล้ว ส่วนประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม มีบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในส่วนนี้ ๒ ข้อ กล่าวคือ
ข้อ ๑ ที่ระบุว่า “หน้าที่ส าคัญของข้าราชการศาลยุติธรรม คือ ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย
ั
ปฏิบัติหน้าที่เพอประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตส านึกที่ดี และรับผิดชอบในหน้าที่ราชการ กล้า
ื่
ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม และคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนด้วยใจที่มีจิต
สาธารณะ ทั้งพฒนาศักยภาพของตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ให้ทันยุคสมัย มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานราชการเป็น
ั
หลัก และสร้างความเป็นธรรมให้สังคมด้วยการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วย
ความแตกต่างไม่ว่าจะเป็น สถานภาพ เพศ การศึกษา หรือความแตกต่างอนใด ทั้งจักต้องด ารงตนให้เป็น
ื่
แบบอย่างที่ดี และรักษาภาพลักษณ์ของศาลยุติธรรมให้สมกับเป็นองค์กรที่อานวยความยุติธรรมให้แก่
ประชาชน” และข้อ ๓ ที่ระบุว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องรักษาความลับในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ทั้ง
ิ
ในส่วนของการช่วยสนับสนุนการพจารณาคดี และการปฏิบัติหน้าที่ราชการในหน้าที่อนใดอนเป็นรายละเอยด
ี
ั
ื่
ั
เกี่ยวกับการปฏิบัติตนในด้านต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน” อนเป็นบทบัญญัติที่มีความส าคัญในการวางหลักการ
เกี่ยวกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพไว้เป็นเบื้องต้น รวมถึงก ากับดูแลมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับของ
ทางราชการผ่านทางสื่อสังคม ย่อมถือได้ว่าบทบัญญัติในประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม ครอบคลุม
ต่อการใช้สื่อสังคมในทางไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับหลักจรรยาบรรณหรือแนวปฏิบัติของวิชาชีพแล้วเช่นกัน
๓. ข้อมูลที่มีผลกระทบทางลบต่อภาพลักษณ์อนดีของผู้ใช้สื่อสังคมหรือองค์กรต้นสังกัดของ
ั
ผู้ใช้สื่อสังคม ในส่วนนี้เมื่อพจารณาประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการ
ิ
ศาลยุติธรรมพบว่ามีบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการด ารงตนของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมและข้าราชการ
ศาลยุติธรรมหลายข้อ แต่ขอยกตัวอย่างมาเพยงบางข้อ เช่น ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ที่มี
ี

