Page 2258 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2258

๒๒๔๐



                                                       ิ
                                                                                                ั
                 บทบัญญัติ ข้อ ๓๕  เฉพาะส่วนที่ระบุว่า “ผู้พพากษาพงมีความสุภาพ ส ารวมกิริยามารยาท มีอธยาศัย ยึดถือ
                                                               ึ
                                      ั
                                                            ึ
                 จริยธรรมและประเพณีอนดีงามของตุลาการ ทั้งพงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา” และข้อ ๒๘ วรรคหนึ่ง
                 เฉพาะส่วนที่ระบุว่า “ผู้พพากษาไม่พงแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อสาธารณชน ซึ่งอาจกระทบกระเทือนต่อการ
                                      ิ
                                               ึ
                 ปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของผู้พพากษา” ส่วนประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม มีบทบัญญัติ
                                                ิ
                                                                                                      ั
                 ข้อ ๑๓ เฉพาะส่วนที่ระบุว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องมีความสุภาพ ส ารวมกิริยามารยาทและมีอธยาศัย
                 ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอนดีงามของข้าราชการศาลยุติธรรม ทั้งพงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของ
                                           ั
                                                                              ึ
                 บุคคลทั่วไป” อนแสดงให้เห็นถึงกรอบในการด ารงตนที่เป็นแนวในการใช้สื่อสังคมที่พงประสงค์ แต่อย่างไรก็
                                                                                        ึ
                              ั
                         ิ
                 ตามเมื่อพจารณาบริบทของสังคมในปัจจุบันที่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลในสังคมมีโครงข่ายอนเตอร์เน็ต
                                                                                                  ิ
                 และสื่อสังคมเป็นเครื่องมือหลัก ท าให้เกิดความความเปลี่ยนแปลงของลักษณะการเผยแพร่ข้อมูล ต่างจากในยุค
                 ดั้งเดิม เช่น การแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นที่สนใจของประชาชนในสังคมในยุคก่อนการ

                                                                                                         ื่
                                                                   ู
                 แพร่หลายของสื่อสังคม ส่วนมากจะเป็นไปในลักษณะการพดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันในกลุ่มญาติ เพอน
                                                           ู
                 หรือบุคคลที่มีความสนิทสนมกันที่มีโอกาสพบปะพดคุยกันเท่านั้น การแสดงความคิดเห็นออกไปสู่สังคมในวง
                 กว้างจะต้องอาศัยการเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชน เช่น หนังสือพมพ วิทยุ โทรทัศน์ ซึ่งจะมีลักษณะเป็นการให้
                                                                     ิ
                                                                        ์
                 สัมภาษณ์เป็นรายครั้ง กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติในการให้ข่าวของทางราชการมีใช้บังคับย่อมเพียงพอต่อการ
                 ก ากับดูแลในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสาร แต่ในยุคปัจจุบันผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก

                 แสดงออกผ่านสื่อสังคมไปสู่สังคมภายนอกได้อย่างสะดวกง่ายดาย ทั้งในรูปแบบของการแสดงเป็นข้อความ การ
                 แสดงทางสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง การเผยแพร่เป็นภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบที่เป็นคลิปวีดีโอ หรือแม้แต่

                                                   ื่
                 การกระท าในลักษณะถ่ายทอดสดให้ผู้อนได้รับชมแบบวินาทีต่อวินาที และในบางกรณีก็เป็นเรื่องยากที่จะ
                  ิ
                 พจารณาว่าเป็นการกระท าที่เหมาะสมเพยงใด เช่น การแสดงความรู้สึกหรือความเห็นในเรื่องที่เป็นประเด็น
                                                   ี
                 โต้แย้งถกเถียงกันในสังคมโดยเปิดเผยให้เห็นว่าตนเป็นบุคลากรของศาลยุติธรรม แม้จะเป็นการแสดงความเห็น
                 ดังกล่าวจะเป็นไปโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่อาจมีผลท าให้บุคคลอนในสังคมเข้าใจผิดและมีความ
                                                                                 ื่
                 ระแวงสงสัยเกี่ยวกับความเป็นกลางขององค์กรศาลยุติธรรมได้ ด้วยเหตุดังกล่าว จึงเห็นว่า บทบัญญัติเกี่ยวกับ

                                                                                     ้
                 กรอบการด ารงตนในประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมขาราชการศาลยุติธรรม ยังไม่
                 ครอบคลุมถึงการใช้สื่อสังคมที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของผู้ใช้สื่อสังคมหรือองค์กรศาลยุติธรรมในบาง
                 กรณี

                                                                       ิ่
                               แต่อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่า วิธีการเพมเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับแนวทางการใช้สื่อ
                        ื่
                 สังคมเพอรักษาภาพลักษณ์อนดีเข้าไปในประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรม
                                          ั
                 ข้าราชการศาลยุติธรรมยังไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมด้วยสาเหตุ ๒ ประการ คือ

                               ๑. ประมวลจริยธรรมนั้นเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติตน ดังนั้นบทบัญญัติของประมวล
                 จริยธรรมจึงควรมีความศักดิ์สิทธิ์และแน่นอน ดังจะเห็นได้จากประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการฉบับแรก
   2253   2254   2255   2256   2257   2258   2259   2260   2261   2262   2263