Page 2256 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2256
๒๒๓๘
ั
๓. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบทางลบต่อภาพลักษณ์อนดีของผู้ใช้สื่อสังคมหรือองค์กรต้นสังกัดของ
ผู้ใช้สื่อสังคม
จึงน าบทบัญญัติของประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการ
ิ
ศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องมาเป็นหลักในการพจารณาว่า มีบทบัญญัติของประมวลจริยธรรมดังกล่าวที่ครอบคลุม
แนวทางการใช้สื่อสังคมอันไม่พงประสงดังกล่าวในแต่ละหัวข้อหรือไม่ ตามล าดับดังต่อไปนี้
ึ
๑. ข้อมูลที่มีเนื้อหาขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมและจริยธรรมอันดี ประมวลจริยธรรมข้าราชการ
ตุลาการ มีบทบัญญัติ ข้อ ๓๕ ที่ระบุว่า “ผู้พิพากษาจักต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ใน
ั
กรอบของศีลธรรม และพงมีความสันโดษ ครองตนอย่างเรียบง่าย สุภาพ ส ารวมกิริยามารยาท มีอธยาศัย
ึ
ื
ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีงามของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถอศรัทธา” ส่วนประมวลจริยธรรม
ข้าราชการศาลยุติธรรม มีบทบัญญัติ ข้อ ๑๓ ที่ระบุว่า “ข้าราชการศาลยุติธรรมจักต้องเคารพและปฏิบัติตาม
กฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบของศีลธรรม และพึงด ารงตนอย่างสมถะ เรียบง่าย เหมาะสมกับฐานะและ
ต าแหน่งหน้าที่ มีความสุภาพ ส ารวมกิริยามารยาท และมีอธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอนดีงามของ
ั
ั
ข้าราชการศาลยุติธรรม ทั้งพงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไป” จากบทบัญญัติของประมวล
ึ
จริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรมดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การ
เผยแพร่ข้อมูลที่มีเนื้อหาหรือลักษณะการกระท าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ของทางราชการ
ผ่านสื่อสังคม ย่อมเป็นการกระท าที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวล
จริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรมไปด้วยในตัว ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรม
ข้าราชการศาลยุติธรรมจึงมีเนื้อหาครอบคลุมแนวทางการใช้สื่อสังคมในส่วนนี้
๒. ข้อมูลที่เนื้อหาขัดต่อหลักจรรยาบรรณหรือแนวปฏิบัติของวิชาชีพ เนื่องจากประมวล
จริยธรรมข้าราชการตุลาการและประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรมมีวัตถุประสงค์ในการวางแนวปฏิบัติ
ให้เป็นไปตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการศาลยุติธรรม ลูกจ้าง และ
ิ
พนักงานราชการของส านักงานศาลยุติธรรมโดยตรงมาตั้งแต่ต้น และเมื่อพจารณาบทบัญญัติของประมวล
ั
จริยธรรมทั้ง ๒ ประเภท พบว่า ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการมีบทบัญญัติเกี่ยวข้องกบเนื้อหาในส่วนนี้
ิ
๔ ข้อ กล่าวคือ ข้อ ๑ ที่ระบุว่า “หน้าที่ส าคัญของผู้พพากษา คือ การประสาทความยุติธรรมแก่ผู้มีอรรถคดีซึ่ง
จักต้องปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย และนิติประเพณี ทั้งจักต้องแสดงให้เป็น
ที่ประจักษ์แก่สาธารณชนด้วยว่าตนปฏิบัติเช่นนี้อย่างเคร่งครัดครบถ้วน เพอการนี้ผู้พพากษาจักต้องยึดมั่นใน
ิ
ื่
ความเป็นอสระของตนและเทิดทูนไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งสถาบันตุลาการ” ข้อ ๖ ที่ระบุว่า “ผู้พพากษาจักต้อง
ิ
ิ
ละเว้นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงในคดีที่อาจกระทบกระเทือนต่อบุคคลใด ไม่วิจารณ์หรือให้ความเห็นแก่คู่ความ
ิ
หรือบุคคลภายนอกเกี่ยวกับคดีที่อยู่ระหว่างการพจารณาหรือก าลังจะขึ้นสู่ศาล แต่ผู้พพากษาผู้มีอานาจอาจ
ิ

