Page 2362 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2362
3
ิ
ิ
การด าเนินคดีอาญา มาตรา 90 มาตรการพเศษแทนการพพากษา มาตรา 132 วรรคหนึ่ง ศาลมีอานาจ
ิ
ในการเปลี่ยนแปลงค าพพากษาหรือค าสั่งเกี่ยวกับการลงโทษหรือวิธีการส าหรับเด็กและเยาวชน ตาม
มาตรา 137 มาใช้บังคับ โดยค านึงถึงผลประโยชน์ของเด็กเป็นส าคัญเป็นไปตามหลักสากล มีวัตถุประสงค์
ื่
ื้
เพอการแก้ไขบ าบัด ฟนฟ เพอให้เด็กและเยาวชนกลับตัวเป็นคนดี มีโอกาสในการกลับคืนเข้าสู่สังคมและ
ื่
ู
ิ
ใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข โดยไม่มีประวัติว่าเคยกระท าความผิดมาก่อน เป็นการใช้ดุลพนิจในการปฏิบัติ
ต่อเด็กและเยาวชนค านึงถึงมนุษยธรรม ให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม เพอคุ้มครองเด็กและเยาวชนควบคู่
ื่
กับการรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม โดยน าหลักการแก้ไข บ าบัด ฟื้นฟรายกรณีตามสภาพเป็นปัญหา
ู
และก าหนดให้เด็กหรือเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมโครงการสนับสนุนการแก้ไข บ าบัด ฟนฟที่แตกต่างกันไป
ื้
ู
ตามสภาพปัญหาที่แท้จริง ซึ่งบุคคลส าคัญที่มีช่วยให้การด าเนินงานผ่านไปด้วยดี มีประสิทธิภาพประสบ
ิ
ิ
ความส าเร็จ คือ ผู้พพากษา ผู้พพากษาสมทบ นักจิตวิทยา เจ้าหน้าที่ศาล ทีมสหวิชาชีพและหน่วยภาคี
เครือข่ายทั้งภายนอกและภายในกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตามการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาต้องค านึงถึงหลักในการคุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพและวิธีปฏิบัติต่อเด็กและ
เยาวชนรวมทั้งในส่วนของกระบวนการพจารณาคดีที่ต้องสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ิ
มาตรฐานสากล และแนวปฏิบัติของสหประชาชาติ รวมถงรัฐธรรมนูญและหลักการค านึงถึงประโยชน์สูงสุด
ึ
ของเด็กซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าการด าเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญาส าหรับเด็กและเยาวชน
มีลักษณะพเศษต่างจากกระบวนการยุติธรรมทั่วไปภายใต้แนวคิดที่ว่าเด็กและเยาวชนไม่ใช่อาชญากร แต่เป็น
ิ
เพยงบุคคลที่ยังขาดวัยวุฒิ ประสบการณ์ และการคิดไตร่ตรอง ถึงผลดีผลเสียของการกระท าของตน
ี
การก าหนดให้มีการใช้ทางเลือกอนส าหรับเด็กและเยาวชนที่กระท าผิดนอกเหนือจากการเข้าสู่กระบวนการ
ื่
ยุติธรรมทางอาญาเป็นต้นว่า การเบี่ยงเบนคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป
สู่การแก้ไขพฤติกรรมผ่านกระบวนการทางชุมชนกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่ส่งเสริมการ
ประนีประนอมการชดใช้ความเสียหายและความรับผิดชอบผ่านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเอง
สมาชิกครอบครัว ผู้เสียหาย
1
เด็กและเยาวชนจ านวนมากทเติบโตขึ้นมาภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์
ี่
ซึ่งมีผลกระทบต่อจิตใจที่มีความเปราะบาง ส่งต่อปัญหาด้านพฤติกรรม มีปัญหาเศรษฐกิจสังคม ปัญหาความ
รุนแรง การถูกทอดทิ้ง และหลายคนเคยตกเป็นเหยื่อของการกระท าโดยมิชอบ การถูกเลือกปฏิบัติส่งผลต่อเด็ก
และเยาวชนที่ขาดวุฒิภาวะทางความคิด ประสบการณ์ชีวิต รวมถึงต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละสภาพ
ั
ครอบครัวของเด็กและเยาวชน อนน าไปสู่การเกิดการกระท าผิดจนเด็กและเยาวชนอาจต้องกลายเป็นเหยื่อหรือ
ผู้เสียหาย หรือผู้ต้องหาว่ากระท าความผิดหรือจ าเลย และบ่อยครั้งที่เด็กและเยาวชนกลุ่มดังกล่าวถูกมองว่า
เป็นกลุ่มที่มีส่วนในการสร้างความวุ่นวายให้แก่สังคมจนต้องน าเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิดเข้า
สู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของศาลเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ
ครอบครัวและวิธีพจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ดังนั้น จากการที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ิ
2
ิ
จังหวัดนครราชสีมา ได้ก าหนดให้มีการใช้มาตรการพเศษแทนการด าเนินคดีอาญา และมาตรการพเศษแทนการ
ิ
พพากษาคดีต่อเด็กและเยาวชนที่กระท าความผิด โดยมีจุดมุ่งหมายเพอการหันเหคดีเด็กและเยาวชนออกจาก
ิ
ื่
กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จากรายงานสถิติคดีเด็กและเยาวชนต้องหาว่ากระท าความผิด และมีคดีเข้า
1 วรภัทร รัตนาพาณิชย์, บทความวิจัยเรื่องกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระท าความผิดภายหลังออกจาก
กระบวนการยุติธรรม, วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ฉบับที่ 2 ปี พ.ศ.2560 หน้า 1
2 ปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์, บทความเรื่องมาตรการพิเศษแทนการด าเนินคดีอาญากับการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟู เด็กและ
เยาวชนในกระบวนการยุติธรรม, วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, ฉบับที่ 1 ปี พ.ศ.2562 หน้า 374 – 375

