Page 2366 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2366
7
ื่
บ าบัดฟนฟ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการจ ากัดสิทธิหรือเสรีภาพของเด็กหรือเยาวชน เว้นแต่เป็นการก าหนดขึ้นเพอ
ื้
ู
ประโยชน์ของเด็กหรือเยาวชนหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและไม่มีลักษณะเป็นการละเมิดศักดิ์ศรี ความ
เป็นมนุษย์ของเด็กหรือเยาวชน และในแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟดังกล่าว อาจก าหนดให้ว่ากล่าวตักเตือน ก าหนด
ู
ื้
ื่
เงื่อนไขให้เด็กหรือเยาวชนปฏิบัติ และหากจ าเป็นเพอประโยชน์ในการคุ้มครองเด็กหรือเยาวชนอาจก าหนดให้
บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์การ ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วยปฏิบัติด้วยก็ได้ และก าหนดให้ชดใช้
เยียวยา ความเสียหาย ก าหนดให้ท างานบริการสังคมหรือท างานสาธารณะประโยชน์ไม่เกินสามสิบชั่วโมงหรือ
ื่
ก าหนดให้น ามาตรการอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างมาใช้เพอประโยชน์ในการแก้ไขบ าบัดฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชน ทั้งนี้
ื้
ระยะเวลาในการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบ าบัดฟนฟต้องไม่เกินหนึ่งปี เมื่อผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผนแก้ไขบ าบัด
ู
ิ
ู
ู
ฟื้นฟปฏิบัติเป็นไปตามแผนแก้ไขบ าบัดฟื้นฟนั้นครบถ้วนแล้วนั้น ให้ผู้อานวยการสถานพนิจรายงานให้พนักงาน
้
อยการทราบ หากพนักงานอยการเห็นชอบให้มีอานาจสั่งไม่ฟองเด็กหรือเยาวชนนั้น โดยค าสั่งไม่ฟองของ
ั
้
ั
ั
พนักงานอยการให้เป็นที่สุด และสิทธิน าคดีอาญามาฟองเป็นอนระงับ ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้มีส่วนได้เสียที่จะ
้
ั
ิ
ด าเนินคดีส่วนแพง และให้ผู้อ านวยการสถานพนิจรายงานค าสั่งไม่ฟองให้ศาลทราบ แต่หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
่
้
ตามให้ผู้อ านวยการสถานพินิจรายงานให้พนักงานอัยการทราบและแจ้งให้พนักงานสอบสวนด าเนินคดีต่อไป
ิ
ิ
้
2.2 มาตรการพเศษแทนการด าเนินคดีอาญาในชั้นการพจารณาตามมาตรา 90 เมื่อมีการฟอง
ั
คดีต่อศาลว่าเด็กหรือเยาวชนกระท าความผิดอาญาซึ่งมีอตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายก าหนดไว้ให้จ าคุกไม่
ิ
เกินยี่สิบปีไม่ว่าจะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม เด็กหรือเยาวชนไม่เคยได้รับโทษจ าคุก โดยค าพพากษาถึงที่สุด
ิ
ให้จ าคุกในเวลาใด ก่อนมีค าพพากษา หากเด็กหรือเยาวชนนั้นส านึกในการกระท าและผู้เสียหายยินยอม โจทก์
ไม่คัดค้าน และข้อเท็จจริงปรากฏว่า พฤติการณ์แห่งคดีไม่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมเกินควร และศาลเห็นว่าเด็ก
หรือเยาวชนอาจกลับตนเป็นคนดีได้ และผู้เสียหายอาจได้รับการชดเชยเยียวยาตามสมควร หากน าวิธีจัดท าแผน
ู
ิ
ื้
้
แกไข บ าบัด ฟนฟ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเด็กหรือเยาวชนและต่อผู้เสียหายมากกว่าการพจารณา
ิ
พพากษา ให้ศาลมีค าสั่งให้ผู้อานวยการสถานพนิจหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรจัดให้มีการด าเนินการเพอจัดท า
ื่
ิ
แผนดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขให้เด็กหรือเยาวชน บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์การซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่
ด้วยปฏิบัติ แล้วเสนอต่อศาลเพอพจารณาภายในสามสิบวันนับแต่ที่ศาลมีค าสั่งหากศาลเห็นชอบด้วยกับแผนแก้ไข
ื่
ิ
ู
ื้
บ าบัด ฟนฟ ให้ด าเนินการตามนั้นและให้มีค าสั่งจ าหน่ายคดีไว้ชั่วคราว หากศาลไม่เห็นชอบให้ด าเนินกระบวน
พจารณาต่อไป ซึ่งแนวทางในการด าเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ
ิ
และเงื่อนไขในการจัดท าแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟหลังฟองคดี พ.ศ. 2556 โดยในการจัดท าแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟู
้
ื้
ื้
ู
มาตรา 90 นั้น ให้ผู้อานวยการสถานพนิจหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ประสานการประชุม (ซึ่งโดยส่วนใหญ่
ิ
คือ ผู้พพากษาสมทบที่ผ่านการอบรมให้ท าหน้าที่เป็นผู้ประสานการประชุม) และให้มีผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ ฝ่าย
ิ
เด็กหรือเยาวชนซึ่งต้องหาว่ากระท าความผิดฝ่ายผู้เสียหายและนักจิตวิทยาประจ าศาลเยาวชนและครอบครัวเข้า
ร่วมประชุม และหากเห็นสมควร อาจเชิญผู้แทนชุมชนหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบ
จากการกระท าความผิด ทั้งนี้ พนักงานอยการจะเข้าร่วมประชุมด้วยก็ได้ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผน
ั
ื้
แก้ไข บ าบัด ฟนฟูที่ศาลเห็นชอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม หรือมีเหตุจ าเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนแก้ไข
ู
ื้
ื้
ู
ิ
บ าบัด ฟนฟนั้น ให้ผู้อานวยการสถานพนิจหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้จัดท าแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟรายงานให้ศาล
ิ
ื้
ทราบและให้ศาลพจารณาสั่งตามที่เห็นสมควรหรือยกคดีขึ้นพจารณาต่อไป แต่ถ้าปฏิบัติตามแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟ ู
ิ
ื้
ครบถ้วนแล้วให้ผู้อานวยการสถานพินิจหรือบุคคลที่ศาลสั่งให้จัดท าแผนแก้ไข บ าบัด ฟนฟรายงานให้ศาลทราบ
ู

