Page 2474 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2474
๒๔๕๙
บทนํา
ี
้
ั
ิ
ื
ํ
้
่
ื
่
การปลอยชวคราวเปนสิทธขันพนฐานของผูตองหาหรือจาเลย เนองจากในคดอาญากฎหมายให
ิ
สันนษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยไมมีความผิดจนกวาจะมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงวาบุคคลใดได
๑
กระทําความผิด และจะปฏิบัติตอบุคคลนั้นเสมือนเปนผูกระทําความผิดมิได1 โดยมีการกําหนดหลักเกณฑ
และมาตรการที่เก่ยวกบการปลอยช่วคราวใหศาลใชประกอบดลพินิจไวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ี
ุ
ั
ั
ุ
ความอาญา ระเบียบราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยติธรรม
ขอบังคับของประธานศาลฎีกา และคําแนะนําของประธานศาลฎกา ซึ่งเดมการย่นคํารองขอปลอยช่วคราว
ื
ั
ิ
ี
้
ั
่
ื
ั้
่
ั
ุ
ในชนศาลนน ผูตองหาหรือจําเลยตองยนพรอมหลักทรัพยทีเปนหลักประกนหรือบคคลที่เปนหลักประกัน
ั
ตอมามีคําแนะนําของประธานศาลฎกากําหนดใหการย่นคํารองขอปลอยช่วคราว ผูที่รองขอไมจําตองเสนอ
ื
ี
ี
ั
หลักประกนมาพรอมกับคํารอง หรือกลาวอกนัยหน่งผูที่รองขอปลอยช่วคราวสามารถย่นคํารองขอปลอย
ื
ึ
ั
ั
ี
ชวคราวไดโดยใชคํารองใบเดยว โดยศาลอาจใชวธการใหมีการประเมินความเสี่ยงเพอปองกนการหลบหนี
่
ี
ิ
ั
ื
่
ื
ั
ื
ั
ยงเหยิงกับพยานหลักฐาน และกอเหตุอนตรายประการอ่นเพ่อประกอบการพิจารณาสั่งปลอยช่วคราวดวย
ุ
๒
2 นอกจากนยังมีการนําอุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่สามารถตรวจสอบหรือจํากัดการเดินทางของผูตองหาหรือ
ี้
๓
ํ
จาเลย3 ตลอดจนการตั้งผูกํากับดูแลผูตองหาหรือจําเลยที่ไดรับอนญาตใหปลอยชวคราวมาใชประกอบการ
ุ
ั่
๔
้
ิ
สั่งปลอยช่วคราวของศาล 4 ซึ่งเปนหลักเกณฑและมาตรการที่หลากหลายมากขึน ศาลยุตธรรมพยายาม
ั
ิ
ิ
ิ
ิ
ผลักดันหลักเกณฑและมาตรการตาง ๆ ทีกาหนดไวใหเกดผลสัมฤทธในทางปฏบตเพอใหผูตองหาหรือ
ั
ื
์
่
ํ
่
จําเลยเขาถึงสิทธิในการปลอยชั่วคราวไดอยางเทาเทียมกัน ซึ่งในศาลช้นตนที่เปนศาลจังหวัดหรือศาลแขวง
ั
ั
่
การสั่งคํารองขอปลอยช่วคราวผูตองหาหรือจําเลยทีตองขังตามหมายของศาลใดเปนอานาจของผูพิพากษา
ํ
หัวหนาศาลหรือผูพิพากษาที่อยในศาลน้นเปนผูพิจารณาสั่งตามที่กําหนดไวในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ู
ั
ิ
ี
ั
ู
โดยปจจุบนศาลช้นตนมีแนวปฏบัติเก่ยวกบการสั่งคํารองขอปลอยช่วคราวอย ๒ แนวทาง แนวทางแรก
ั
ั
ั
่
่
ั
ิ
ิ
ั
ั
ิ
ผูพพากษาหวหนาศาลเปนผูพจารณาสังคํารองขอปลอยชวคราวเอง แนวทางทีสองผูพพากษาหวหนาศาล
่
มอบหมายใหผูพิพากษาซึงทําหนาที่เวรเปนผูพิจารณาสั่ง ซึ่งศาลชนตนสวนใหญใชแนวทางที่สองคือ
่
ั
้
ผูพิพากษาซึ่งทําหนาที่เวรเปนผูพิจารณาสั่ง โดยแตละศาลมีเกณฑมาตรฐานกลางประกอบการพจารณา
ิ
ี
ํ
ั
็
ื
แตอยางไรกตามเน่องจากปจจุบันมีกฎหมาย ระเบยบ ขอบงคับ และคําแนะนาที่เกี่ยวกับการปลอย
่
้
ิ
ชั่วคราวผูตองหาหรือจําเลยกําหนดมาตรการไวหลากหลายและหลักเกณฑบางประการเพมเตมขึนมาใหมที ่
ิ
ี
่
ั
ประชาชนอาจยงไมมีความรูอยางเพยงพอ ประกอบกบการสั่งคํารองขอปลอยชวคราวเปนดลพินิจอิสระ
ั
ั
ุ
ิ
ั้
ั
ิ
ของผูพพากษาแตละคน หากผูพพากษาหวหนาศาลซึ่งเปนผูตองรับผิดชอบในราชการของศาลนนไมมี
๑
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙
๒
คําแนะนําของประธานศาลฎีกา วาดวยการขยายโอกาสในการเขาถึงสิทธิที่จะไดรับการปลอยชั่วคราว พ.ศ.๒๕๖๒
๓
ระเบียบราชการฝายตุลาการศาลยุติธรรม วาดวยการปลอยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒
๔
พระราชบัญญัติมาตรการกํากับและติดตามจับกุมผูหลบหนีการปลอยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. ๒๕๖๐

