Page 2476 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2476

๒๔๖๑



                                                                                    ั
                                                                                        
                                                                                      
                                
                                                          ั
                                     ั
                                  ั
                                                          ่
                                                                                                  ํ
                         อาจารยสุวณชย ใจหาญ “การปลอยชวคราว” หมายถึง การปลอยตวผูตองหาหรือจาเลยไป
                  ่
                                    ํ
                 ชัวระยะเวลาหนงทีมีกาหนด โดยคําสังของพนกงานสอบสวนหรือพนกงานอยการหรือศาล  แลวแตกรณี
                                                ่
                                                       ั
                                                                          ั
                                                                                ั
                               ึ่
                                                                                                    
                                 ่
                             ั
                             ่
                 ซึ่งอาจปลอยชวคราวไปโดยไมมีประกัน หรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกันดวยก็ได  
                         อาจารยบัญญัต  วิสุทธิมรรค “การประกนตวหรือการปลอยชวคราว” คือการปลอยบคคลไปโดย
                                     ิ
                                                             ั
                                                                           ่
                                                                           ั
                                                                                               ุ
                                                          ั
                              
                 ที่บุคคลนั้นมีหนาที่จะตองยอมกลับมารับการควบคุมตามเวลาและสถานที่ที่นัดไวในขณะอนญาตใหประกัน
                                                                                            ุ
                                    
                                                                                   
                 ตัว กลาวคือ เปนการปลอยชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขวาจะกลับมารับการควบคุมเพื่อดําเนินคด  ี
                                          ่
                         ฉะนน “การปลอยชัวคราว” หมายถึง การปลอยตัวผูตองหาหรือจําเลยจากการควบคุมหรือขัง
                                                                      
                             ั้
                  ่
                 ชัวระยะเวลาหนงทีมีกาหนดในระหวางการสอบสวนหรือระหวางการพจารณาของศาล โดยคําสั่งของ
                               ึ่
                                  ่
                                                                       
                                                                              ิ
                                    ํ
                                                 
                    ั
                 พนกงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการหรือศาล แลวแตกรณี ซึ่งอาจปลอยชั่วคราวไปโดยไมมีประกัน หรือ
                                                       ็
                                   ั
                                                                                              ั
                                                         
                 มีประกน หรือมีประกนและหลักประกนดวยกได  ทั้งน เพอเปนมาตรการผอนคลายการจากดเสรีภาพใน
                                                 ั
                                                                                            ํ
                                                   
                                                               ี้
                       ั
                                                                  ื่
                                                                                    ื
                 รางกายหรือเสรีภาพในการเคลื่อนไหวเปลี่ยนที่ทางของผูตองหาหรือจําเลยอันเน่องมาจากหลักกฎหมาย
                                                                  
                 ที่วาบุคคลจะยังไมถือวาเปนผูกระทําผิดจนกวาศาลพพากษาถึงที่สุดวาเปนเชนนั้นจริง
                                                            ิ

                         ๒)  แนวความคิดเกี่ยวกับการปลอยชัวคราว
                                                         ่
                          ั
                         นบแตสหประชาชาติประกาศปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน (Universal  Declaration  of
                 Human Rights, ๑๙๔๘) เมือวนที ๑๐ ธนวาคม ค.ศ. ๑๙๔๘ คําวา “สิทธิมนุษยชน” (Human Rights)
                                           ั
                                         ่
                                              ่
                                                    ั
                                               
                 กเปนที่รูจกและไดรับการยอมรับอยางแพรหลาย โดยประชาคมโลกตางมีความเหนไปในแนวทางเดยวกน
                                                                                    ็
                                                                          
                  ็
                         ั
                                                                                                   ี
                                
                                                                                                       ั
                                                                         ื้
                 วา รัฐมีพันธะในการดแลปกปกรักษาสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพนฐานของพลเมือง แตในขณะเดียวกัน
                                   ู
                                                                  
                                                                           
                                                                                                
                 รัฐก็มีหนาที่ในการรักษาความสงบเรียบรอยของสังคมอันเปนประโยชนสาธารณะ รวมทั้งยังมีหนาที่ในการ
                 คุมครองความปลอดภยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชนดวยเชนกัน ดังน้น เมื่อมีการกระทําความผิด
                                    ั
                                                                                 ั
                 อาญาเกดขึ้น รัฐจําเปนที่จะตองเขามาดําเนนคดอาญาเพอตรวจสอบความจริงและจะไดชขาดเพ่อรักษา
                        ิ
                                                                                            ี
                                                                 ื
                                                                 ่
                                                      ิ
                                                          ี
                                                                                                  ื
                                                                                           
                                                                                            ้
                                          
                                   
                                                                      
                                                                             ํ
                                         ํ
                 ความสงบเรียบรอย โดยการนาตัวผูกระทําความผิดมาลงโทษ แตในการดาเนินคดียอมกระทบกระเทือนถึง
                 สิทธเสรีภาพของบคคลอยางหลีกเลียงไมได เพราะในการดาเนินคดอาญาแมผูถูกกลาวหาจะเปนประธาน
                                                                                  
                                                                         ี
                     ิ
                                              ่
                                ุ
                                       
                                                                  ํ
                                                     
                                                                                                
                      ี
                                                                                                   ี
                 ในคด แตในบางกรณีก็อาจมีความจาเปนที่รัฐตองเอาตัวบุคคลมาไวในอํานาจรัฐ เพื่อใหการดาเนินคดอาญา
                                              ํ
                                                                                            ํ
                                                                                 
                                                      ่
                                                      ื
                                                                                                      
                 ของรัฐสามารถดําเนินไปโดยเรียบรอย เนองจากในการดาเนนคดอาญาตองมีการสอบสวนและตอง
                                                                          ี
                                                                      ิ
                                                                   ํ
                                                             ๖
                                  ๕
                 สอบปากคําผูตองหา5  การฟองตองมีตัวจําเลยมาศาล6  การดําเนินคดีในศาลตองกระทําโดยเปดเผยตอหนา
                       ๗
                 จําเลย 7   จึงจําเปนตองมีการควบคุมตัวผูตองหาหรือจําเลยไวในระหวางดําเนินคดี เพื่อใหการสอบสวน
                   
                                          ั
                                    ื
                                    ่
                 เปนไปโดยเรียบรอย เพอประกนการมีตัวของผูตองหาหรือจําเลยและเพ่อประกันการบังคับโทษ หรือกลาว
                                                                            ื

                 ๕
                   ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔
                 ๖
                  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๕
                 ๗
                   ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒
   2471   2472   2473   2474   2475   2476   2477   2478   2479   2480   2481