Page 2477 - บทความทางวิชาการหลักสูตร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล รุ่นที่ 21
P. 2477

๒๔๖๒



                         ึ
                  ี
                         ่
                                                                       ี
                                ่
                                ื
                 อกนัยหนงก็คือเพอเปนหลักประกันสําหรับรัฐในการดําเนินคด จากแนวคิดในเรื่องการคุมครองสิทธ ิ
                 มนุษยชนที่เห็นวาแมรัฐจะมีอํานาจใชมาตรการบงคับ  (compulsory  measures)  เชน การจบ ควบคุม
                                                                                         
                                                         ั
                                                                                                ั
                                                
                                                                                 ี
                        ุ
                 หรือขังบคคล เพื่อรักษาความสงบเรียบรอยของสังคมและเพอใหการดําเนินคดอาญาของรัฐสามารถดําเนิน
                                                                  ื่
                 ไปโดยเรียบรอยกตาม  แตในขณะเดยวกันรัฐกจะตองใหความคุมครองสิทธิเสรีภาพของผูถูกกลาวหาให 
                                ็
                                                                                            
                                                                 
                                                         ็
                                                 ี
                                        
                 สามารถตอสูคดีอยางเปนธรรมดวย กรณีจึงตองมีการควบคุมการใชมาตรการบังคับควบคูกันไปดวย
                                                ี
                                                 ั้
                                 ํ
                         หลักการดาเนินคดีอาญาที่ดนนจะตองประกอบไปดวยหลักที่สําคัญ ๒ ประการ คือ ประการแรก
                                                                                                       ํ
                    
                                                                ื
                 จะตองมีกระบวนการคนหาความจริงที่มีประสิทธิภาพ เพ่อทําใหสามารถคนหาตัวผูกระทําความผิดและนา
                                                                                                  
                                                                            
                                                                        
                                     
                 ตัวมาลงโทษไดอยางถูกตอง (Crime control) และประการทีสองตองเปนกระบวนการที่ใหความเปนธรรม
                                                                   ่
                                                                                                      
                                                            
                                                   
                                                                                                   ิ
                                                                                                ิ
                                                                               ิ
                 แกผูถูกกลาวหาหรือประชาชนทั่วไปมิใหตองเดือดรอนหรือถูกกระทบสิทธเสรีภาพจากการปฏบัตหนาที่
                                                                         ๘
                                                         ั้
                      
                 ของเจาพนักงานหรือศาลในการคนหาความจริงนน (Due process)  ซึงหมายความวา ในการใชมาตรการ
                                                                           ่
                                                                 
                                                                                            ั
                                            ั้
                                                                    ิ
                                                                                 
                              ํ
                                                 
                 ตาง ๆ ในการดาเนินคดีอาญานนจะตองมีหลักเกณฑที่เปนนติรัฐโดยรัฐจะตองพยายามรกษาสมดลของ
                                                                                                   ุ
                                        ั่
                                                                                          
                 หลักการทั้งสองไวดวยการชงนาหนกอยางยุติธรรม (Fair Balance) ระหวางผลประโยชนของรัฐกบเอกชน
                                              ั
                                                                              
                                          ้ํ
                                                                                                 ั
                                 
                                                                                ๙
                      
                 และตองพยายามผสมผสานวัตถุประสงคทั้งสองประการดังกลาวใหลงตัวดวย9
                                               
                         ในการดําเนนคดอาญาไมวาจะเปนศาลในประเทศคอมมอนลอว (Common  Law)  หรือศาลใน
                                                    
                                                                             
                                      ี
                                   ิ
                 ประเทศภาคพืนยโรป (Continental Europe) ตางยึดถือหลักการสําคัญที่วาศาลจะตองฟงพยานหลักฐาน
                               ุ
                             ้
                 จนปราศจากความสงสัยอนควร (beyond  reasonable  doubt)  วาจําเลยไดกระทําความผิดจริง จึงจะ
                                      ั
                                                                                                 
                                                               
                  ิ
                 พพากษาลงโทษ และหากมีความสงสัยตามสมควรวาจําเลยไดกระทําความผิดหรือไม ใหใชหลักยก
                                                                     ึ
                         
                            
                 ประโยชนแหงความสงสัย (in dubio pro reo) ใหแกจําเลย จงทําใหเกิดหลักในการดําเนินคดีอาญาที่ให 
                                                                  ์
                                                                    ู
                 สันนษฐานไวกอนวาผูตองหาหรือจําเลยยังเปนผูบริสุทธอย จนกวาจะพิสูจนไดวาเขามีความผิดตาม
                                                        
                                                                  ิ
                            
                     ิ
                                                                                                 ั
                                                                  ิ
                 กฎหมาย (Presumption  of  Innocence)  ซึ่งกอใหเกดผลตามมากคือ  ในระหวางทีศาลยงไมมีคํา
                                                                                             ่
                                                                             ็
                                                                                         
                                                                     ั
                                                                       
                  ิ
                                                                                           
                 พพากษาวาผูตองหาหรือจําเลยเปนผูกระทําความผิด ก็จะปฏิบติตอบคคลนนเสมือนเปนผูกระทําความผิด
                          
                                                                               ั้
                             
                                                                          ุ
                                                                                         
                     ๑๐
                 มิได 10  ดังนั้น จึงไมควรที่จะมีการคุมขังหรือเอาตัวผูตองหาหรือจําเลยมาไวในอํานาจรัฐในระหวางคดีโดย
                                                                                          ่
                                              
                 ไมมีความจําเปน และควรที่จะใหผูตองหาหรือจําเลยมีสิทธิไดรับอิสรภาพดวยการปลอยชัวคราวในระหวาง
                 การดําเนินคดีเพ่อใหไดมีโอกาสปรึกษาหารือกับทนายความ และมีโอกาสที่จะไปแสวงหาพยานหลักฐาน
                               ื
                                                                          
                                                                                                    
                                                                        ั
                                                                                                       ื
                                      ่
                                   ี
                                      ื
                                            
                                        ิ
                   ื
                 เพอเตรียมการตอสูคดเพอพสูจนความบริสุทธอยางเตมที่ การนาตวผูถูกกลาวหามาควบคุมหรือขังไวหรอ
                   ่
                                 
                              
                                                       ์
                                                       ิ
                                                          
                                                              ็
                                                                      ํ
                                       ่
                                  ี
                                                                     ํ
                                                                                                  ิ
                                                
                                                   
                 การควบคุมหรือขังเพยงเพอประโยชนแหงความสะดวกในการดาเนินคดีของเจาพนักงานหรือการพจารณา
                                       ื
                   ี
                 คดของศาล นอกจากจะเทากับเปนการลงโทษบุคคลลวงหนากอนทีจะพิสูจนไดวาเขาไดกระทําความผิด
                                                                      
                                                                   
                                                                                     
                                                                                 
                                             
                                                                          ่
                                                                                           

                 ๘  ณรงค ใจหาญ. (๒๕๕๖). หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เลม ๑. กรุงเทพฯ: วิญูชน. หนา ๕๔
                 ๙
                   ศิรินทร อินทรวิชะ. (๒๕๔๘). การแสวงหาพยานหลักฐานจากตัวผูกลาวหา: ศึกษาการตรวจตัวและการคนตัวในการ
                                        ิ
                 ดําเนินคดีอาญา. วิทยานิพนธนิตศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย. หนา ๗๒
                 ๑๐
                                                          ็
                   ปวนี ไพรทอง. (๒๕๕๑). ปญหาการนําบทสันนิษฐานเดดขาดมาใชในพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. ๒๕๒๒.
                     ิ
                 วิทยานิพนธนิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. หนา ๔๙.
   2472   2473   2474   2475   2476   2477   2478   2479   2480   2481   2482