Page 178 - โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
P. 178
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
ABC ได้น าวงจรการบริหารงานคุณภาพอย่าง ต่อเนื่อง มาใช้วางแผนการด าเนินงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และจาก
การสัมภาษณ์และการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่ากระบวนการผลิตในรูปแบบเก่ามีทั้งหมด 11 ขั้นตอนใช้เวลาประมาณ
4 ชั่วโมง 41.08 นาทีภายหลังจากเปลี่ยนมาใช้กระบวนการผลิตในรูปแบบใหม่ที่มีขั้นตอนการผลิต 9 ขั้นตอนใช้
เวลาในการผลิตทั้งหมด 40.66 นาทีซึ่งสามารถลดเวลาได้ 4 ชม. 0.42 นาทีซึ่งช่วยให้แผนกผลิตมีเวลาในการผลิต
สินค้ามากขึ้น และจากการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาด้วยแผนผังสาเหตุและผลพบว่าปัญหาเกี่ยวกับฝุ่นละอองที่
ส่งผล กระทบต่อชิ้นงานเสียหายและท าให้ลูกค้าปฏิเสธการรับซื้อสินค้านั้น บริษัทใช้ วิธีการประเมินเครื่องส าอาง
และประยุกต์ใช้กิจกรรม 5ส ในการควบคุมการเกิดฝุ่นละออง ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยตรง และ
ก่อให้เกิดการท างานที่มีประสิทธิภาพ
ในการศึกษาการวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมของ
โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้ได้พิจารณาด้านระบบ
การคมนาคมขนส่งที่ดี หรือระบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่มีความส าคัญ เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งวัตถุดิบ
และการส่งสินค้า อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุนจากกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม
1.4) การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อประเมินหาพื นที่ที่เหมาะสม
ในการตั งโรงงานอุตสาหกรรม กรณีศึกษา อ าเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (เบญจวรรณ พงศ์สุวากร.
[2541]. การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อประเมินหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งโรงงาน
อุตสาหกรรม กรณีศึกษา อ าเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)
การศึกษานี้เป็นการประยุกต์ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS, UNIX ARC/INFO
version 7.0) ในการประเมินหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมจ าพวกที่ 1 2 และ 3 ใน อ.วังน้อย
จ.พระนครศรีอยุธยา (โรงงานอุตสาหกรรมจ าพวกที่ 1 เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการประกอบกิจการไม่ก่อปัญหา
มลพิษต่อสิ่งแวดล้อม, โรงงานอุตสาหกรรมจ าพวกที่ 2 เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษ
เล็กน้อย และโรงงานอุตสาหกรรมจ าพวกที่ 3 ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษในปริมาณที่มากที่สุด) โดยมี
การพิจารณาจากปัจจัยความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งปัจจัยหลัก ได้แก่ ถนน แม่น้ า ที่ตั้ง
สาธารณสถาน ที่อยู่อาศัย และการใช้ประโยชน์ที่ดิน และปัจจัยร้อง ได้แก่ ระยะห่างจากถนน ระยะห่าจากแม่น้ า
ระยะห่างจากต าแหน่งที่ตั้งสาธารณสถาน ระยะห่างจากที่อยู่อาศัย และสภาพการใช้ที่ดิน โดยค่าคะแนน
ความส าคัญ และระดับความเหมาะสมของปัจจัยหลัก และปัจจัยรอง ได้จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ และ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ท าการวิเคราะห์หาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการตั้งโรงงาน
อุตสาหกรรมทั้ง 3 จ าพวก โดยหาค่าคะแนนความเหมาะสมสุดท้ายซึ่งเป็นค่าคะแนนความเหมาะสมรวมจากการ
ซ้อนทับ (Overlay) ข้อมูลในแต่ละชั้นข้อมูลตามล าดับความส าคัญ ทั้งนี้ผลการศึกษาจะสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น
พื้นที่ที่มีความเหมาะสมน้อย ปานกลาง มาก และพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมตามจ าพวกที่ 1
2 และ 3 เลย โดยจากผลการศึกษาจะพบข้อสังเกตว่า พื้นที่ที่มีความเหมาะสมต่อการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรม
ส านักงานศูนย์วิจัยและให้ค าปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน้า 5 - 9