Page 182 - โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม
P. 182

รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรม


                  ทางการเก็บแบบสอบถาม โดยค่าทดสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.878 โดยจะมีการใช้สถิติเชิง

                  พรรณนาร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าความส่วนเบี่ยงเบน
                  มาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐานโดยการหาค่าสัมประสิทธิ์ของ

                  Correlation coefficient (r) และใช้สถิติไคสแควร์ (Chi-Square) ซึ่งผลการวิจัยพบว่าผู้ประกอบการอาหารแปร
                  รูปเห็นว่าระดับความส าเร็จในการประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปอยู่ในระดับมาก และเห็นด้วยอยู่ใน

                  ระดับมากกับปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปทุกด้าน ได้แก่ กิจกรรมในห่วงโซ่อุปทาน กิจกรรม
                  ด้านโลจิสติกส์ และการขนส่ง ความร่วมมือของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ และปัจจัย

                  ด้านคุณลักษณะของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร จากการทดสอบการทดสอบสมมติฐานพบว่าข้อมูลทั่วไป

                  ของผู้ประกอบการมีผลต่อความส าเร็จของการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เรื่องเพศ อายุ ระยะเวลาใน
                  การด าเนินธุรกิจ รายได้ และต าแหน่ง และปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปทุกด้านมีความสัมพันธ์

                  กับระดับความส าเร็จของผู้ประกอบการอาหารแปรรูปอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

                                       เช่นเดียวกันกับการศึกษาโครงการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพใน
                  การแข่งขันของอุตสาหกรรม ที่มีการก าหนดปัจจัยหรือลักษณะของที่ตั้งที่มีความเหมาะสมในการจัดตั้งโรงงาน

                  อุตสาหกรรม โดยบริเวณพื้นที่ดังกล่าวควรมี Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทาน อีกทั้งการรวมกลุ่มของโรงงาน

                  อุตสาหกรรมประเภทที่สามารถตอบโจทย์กิจกรรมของโรงงานอุตสาหกรรมนั้นได้ ด้านการคมนาคมขนส่ง หรือ
                  ด้านโลจิสติกส์นั้นค่อนข้างมีความส าคัญอย่างมากต่อโรงงานอุตสาหกรรมประเภทเกษตรกรรม โดยความสะดวก

                  การเดินทางขนส่งสินค้า หรืออยู่บริเวณใกล้เคียงกับแหล่งวัตถุดิบที่ส าคัญในการผลิต อีกทั้งปัจจัยด้านนโยบายที่มา
                  จากการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งด้านภาษี และสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ ยิ่งส่งผลต่อการตัดสินในการ

                  เลือกที่ตั้งส าหรับโรงงานอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน


                                         2.5) การศึกษาความสามารถของทรัพยากรที่ดินและสิ่งแวดล้อมในการรองรับการ

                  พัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน  าตาล กรณีศึกษา พื นที่ที่เหมาะสมส าหรับการตั งโรงงานน  าตาลในลุ่มแม่น  าแม่
                  กลอง (ฉัตรชัย เอี่ยมอร่ามศรี. [2545]. การศึกษาความสามารถของทรัพยากรที่ดินและสิ่งแวดล้อมในการรองรับ

                  การพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ าตาล กรณีศึกษา พื้นที่ที่เหมาะสมส าหรับการตั้งโรงงานน้ าตาลในลุ่มแม่น้ าแม่

                  กลอง. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. น.108)
                                         โดยการศึกษาความสามารถของทรัพยากรที่ดินและสิ่งแวดล้อมในการรองรับการพัฒนา

                  อุตสาหกรรมอ้อยและน้ าตาลนี้ ด าเนินการโดยท าการรวบรวมข้อมูลและส ารวจข้อมูลทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม

                  ท าการส ารวจดินเบื้องต้น เก็บตัวอย่างดิน และสอบถามผลผลิตบนชุดดินต่างๆ ในภาคสนาม โดยน าตัวอย่างดินมา
                  วิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพ และเคมีบางประการ เพื่อประเมินความเหมาะสมของดินที่ปลูกอ้อย และน าข้อมูล

                  ที่ได้มาจากการวิเคราะห์ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยการท าแผนที่ขอบเขตพื้นที่ศึกษาและเส้นทางการ

                  คมนาคม แผนที่ชุดดิน แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนที่ที่ตั้งโรงงานในปัจจุบัน แผนที่ความเหมาะสมของดินที่ใช้



                  ส านักงานศูนย์วิจัยและให้ค าปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์                             หน้า 5 - 13
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187